ทำไมต้องแสดงมหรสพและออกทุกข์ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิง

by - 06:45

ทำไมต้องแสดงมหรสพและออกทุกข์
 ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิง 


ทำไมต้องแสดงมหรสพและออกทุกข์  ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิง

“สมมติเทพ”กลับ”สวรรค์”!!!…ทำไมต้องแสดงมหรสพและออกทุกข์ให้ไว ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิง ความเชื่อที่คนไทยต้องรู้ และทำให้ได้เพื่อพระองค์

ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชนั้น นอกจากจะมีการก่อสร้างพระเมรุมาศที่สวยงามสมพระเกียรติแล้ว ก็ยังมีอีกสิ่งหนึ่งซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในงานพระราชพิธี นั้นก็คือ การแสดงมหรสพสมโภช ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่สืบปฏิบัติมาตั้งแต่สมัยครั้งอยุธยา

แต่เมื่อในสมัยรัตนโกสินทร์นั้น การแสดงมหรสพสมโภชได้ถูกยกเลิกไปในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เหตุก็ด้วยพระองค์ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้ลดทอนความใหญ่โตในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระองค์เองออก ซึ่งนั่นหมายรวมถึงการลดทอนงานมหรสพออกไปด้วย

กระทั่ง พ.ศ. 2539 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการรื้อฟื้นการประโคมดนตรีและการมหรสพอีกครั้งในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสืบมา

การแสดงมหรสพสมโภชถือเป็นสัญลักษณ์ของงานออกทุกข์ หรือ การออกพระเมรุ โดยงานแสดงมหรสพสมโภชในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในอดีตประกอบไปด้วยการแสดงนาฏศิลป์ชั้นสูงในราชสำนัก และการแสดงมหรสพจากต่างชาติอย่าง ละครไทย ละครชาตรี ละครแขก งิ้ว หุ่นไทย หุ่นจีน หุ่นต่างๆ หนังไทย หนังตะลุง หนังแขก หนังจีน หนังต่างๆ เพลงสักวา เสภา ลิเก กลองยาว ลาวแพน มอญรำ ทวายรำ นอกจากนี้ยังมีตำนานเรื่องราวสืบต่อมาจนปรากฏอยู่ในกฎมนเทียนบาลบ้าง พงศาวดารและวรรณคดีต่างๆ บ้าง แม้ในการเขียนภาพจิตรกรรมประดับผนังโบสถ์บางแห่ง ก็ยังได้เขียนภาพ การแสดงการเล่นต่างๆ ไว้ การเล่นอื่นๆ นอกเหนือจากข้างต้น ก็ยังมี หกคะเมน ไต่ลวด ลอดบ่วง นอนดาบ โยนมีด พุ่งหอก ยิงธนู รำแพน เป็นต้น
“การออกพระเมรุถือเป็นงานปลดทุกข์ หลังจากที่ไว้ทุกข์มาในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งในอดีตมักจะจัดออกพระเมรุในหน้าแล้ง เพราะต้องการหลีกเลี่ยงอุปสรรคจากพายุ ฝน การนำเอามหรสพสมโภชมาเล่น ก็เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติและเป็นการออกทุกข์ในเวลาเดียวกัน อย่าลืมว่าเมื่อเจ้านายสวรรคตหรือสิ้นพระชนม์ลง จะเสด็จกลับสู่สรวงสวรรค์ สุดท้ายในงานถวายพระเพลิง ก็เหมือนเป็นการส่งเสด็จ ซึ่งก็เป็นเวลาที่ต้องสมโภช”
ส่วนที่มีการแสดงรื่นเริงในงานศพนั้นเพราะการคิดแบบชาวตะวันออก ซึ่งหากเป็นตะวันตกงานศพคืองานที่ต้องเศร้าโศก เสียใจ แต่ไทยได้รับอิทธิพลของพระพุทธศาสนา ที่สอนให้รู้จักความพอดี คือ “จะต้องไม่เสียใจมาก และก็ไม่ดีใจมากเกินไป ทุกอย่างต้องอยู่ในความพอดี” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คนไทยทุกคนควรจะรู้และทำเพื่อพระองค์เป็นครั้งสุดท้าย
จุดประสงค์ที่ต้องมีมหรสพในงานศพนั้น ก็เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูต่อผู้ล่วงลับเป็นครั้งสุดท้าย หากแต่เป็นพระมหากษัตริย์ หรือ เจ้านายชั้นสูง ก็หมายความว่าเป็นครั้งสุดท้ายที่ข้าแผ่นดินจะสามารถ สนองพระมหากรุณาธิคุณ พระกรุณาธิคุณ เทิดพระเกียรติ จึงมีการจัดมหรสพต่างๆ ขึ้น และคนไทยถือว่าพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพนั้นเป็นงานออกทุกข์ ฉะนั้น ในช่วงชีวิตหนึ่งสิ่งเดียวที่ข้าแผ่นดินจะทำได้ต้องยิ่งใหญ่ที่สุด
ตามคติพรามหม์พุทธนั้น เชื่อว่ากษัตริย์คือสมมติเทพ
เมื่อกษัตริย์ประสูติถือเป็นเทพอวตาร คือเทวดาจุติลงมาบนโลกมนุษย์ ครั้นเมื่อสวรรคตเท่ากับเป็นการเสด็จกลับสู่สรวงสวรรค์ พระราชพิธีอันเกี่ยวเนื่องกับพระบรมศพจึงเป็นการเฉลิมพระเกียรติอย่างสูงสุด
ซึ่ง “สมมติเทพ” หรือ “เทวราชา” คือ ลักษณะการปกครองที่พระมหากษัตริย์เป็นคนเดียวที่มีอำนาจสูงสุดในการปกครองแผ่นดิน โดยมีความเชื่อว่าได้รับบัญชาสวรรค์หรือเป็นตัวแทนสวรรค์ลงมาปกครองมวลมนุษย์ เราเรียกการปกครองแบบนี้ว่า “ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช”
สำหรับงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นั้นจะใช้นักแสดงมากกว่า 3000 คน โดยจะมีการจัดแสดงมหรสพ ทั้งหมด 3 เวที ซึ่งได้ตั้งอยู่บริเวณทิศเหนือของ

Ei Ei Talk Channel 
เรื่องเล่า สาระ ขำขัน สนุกๆ
อย่าลืม กด ติดตาม กด Subscribe ด้วยนะจ๊ะ

You May Also Like

0 ความคิดเห็น