The News Thai@art

Follow Us @templatesyard

Post Top Ad

Author Details

Post Top Ad

ตะลึง!! ►10 เรื่องใกล้ตัวที่คุณควรรู้ และคาดไม่ถึง !!! 


ตะลึง!! ►10 เรื่องใกล้ตัวที่คุณควรรู้ และคาดไม่ถึง !!!

10 เรื่องใกล้ตัวที่คุณควรรู้และคาดไม่ถึง


►1.การแลบลิ้นให้น้ำลายยืดลงพื้น 3 หยดจะแก้เผ็ดได้ จริงหรือ 

เฉลย : จริง 
อาการ เผ็ดเกิดจากสารที่ชื่อ แคปไซซิน ที่อยู่ในพริกเข้าไปจับกับปลายประสาทรับรถที่ลิ้น ร่างกายจะก็จะแสดงปฎิกริยาโดยขับน้ำลายออกมาชะล้างเอาเจ้าสารนี้ออกไป 

►2. ดูดนมยางของเด็กทารกตอนนอนจะแก้อาการนอนกรนได้ จริงหรือ 

เฉลย: จริง 
การคาบหรืออมนายางของเด็กทารกไว้ในปากจะทำให้ลิ้นในปากอยู่นิ่ง ก็จะพลอยให้เนื้อเยื่อของเพดาน 
ไม่กระเทือนสั่นไหว ขึ้นจึงไม่เกิดอาการกรนและไม่นอนอ้าปากอีกด้วย 

►3. การสูดกลิ่นตัวผู้ชายทำให้หายเครียดได้ จริงหรือ 

เฉลย: จริง 
เพราะ กลิ่นตัวผู้ชายที่เป็นคนรักนั้นมีสาร ฟีโรโมน ผสมอยู่โดยเฉพาะในผมและผิวของเขา เมื่อสูดดมแล้วจะช่วยลดอาการเครียดและเหนื่อยล้าลงได้ 

►4. แอปเปิ้ลผลิตกระแสไฟฟ้าได้ จริงหรือ 

เฉลย: จริง 
ถ้า เสียบแผ่นสังกะสี และแผ่นทองแดง กรดในแอปเปิ้ลจะทำให้เกิดการแตกตัวของไอออน ทำให้ลูกแอปเปิ้ลเป็นเหมือนแบตเตอรี่ ซึ่งผลไม้ชนิดอื่นเช่น มะนาว เกรปฟรุ๊ต หรือมันฝรั่ง ก็ทำได้เช่นกัน 

►5. ปัสสาวะมนุษย์ใช้ทำยาสีฟันในสมัยโบราณ จริงหรือ 

เฉลย: จริง 
โดย แพทย์ชาวโรมันเชื่อว่า ปัสสาวะมนุษย์ มีคุณสมบัติทำให้ฟันขาว และแข็งแรง ยาสีฟันในยุคดังกล่าว จึงเป็น น้ำยาบ้วนปากที่ทำจากปัสสาวะมนุษย์ 

►6. วัวกระทิงเกลียดสีแดง จริงหรือ 

เฉลย: ไม่จริง 
เพราะ วัวเป็นสัตว์ตาบอดสี ไม่สามารถแยกแยะสีต่างๆ ได้ แต่การที่วัวเมื่อถูกล่อด้วยผ้าแดงเหมือนในสนามสู้วัว แล้วก็พุ่งเข้าใส่นั้น เป็นเพราะความรำคา- และเพราะถูกยั่วยุมากกว่า 

►7. เพชรแท้จะไม่ติดสีหมึก จริงหรือ 

เฉลย: จริง 
การ ทดสอบดูเพชรแท้นั้น ให้ป้ายน้ำหมึกสีดำไปบนเพชร ถ้ามีความลื่นออก ไม่ติดอยู่บนเพชร แสดงว่าเป็นเพชรแท้ แต่ถ้ายังมีจุดดำตรงที่แต้มอยู่ ก็แสดงว่าเป็นเพชรเทียม 

►8. การทะเลาะกันทำให้แผลหายช้า จริงหรือ 

เฉลย : จริง 
เพราะ ความเครียดที่เกิดขึ้น ทั้งระหว่าง และหลังจากการทะเลาะกัน จะส่งผลให้ร่างกายลดการผลิตโปรตีนเม็ดเลือด ที่มีประโยชน์ต่อการรักษาบาดแผล หรือส่วนที่สึกหรอในร่างกายให้น้อยลงทำให้บาดแผลต่างๆ หายช้า 

►9. แสงแดดอ่อนๆ ช่วยป้องกันโรคซึมเศร้าได้ จริงหรือ 

เฉลย : จริง 
เพราะ แสงแดดอ่อนๆ จะช่วยลดการสร้างฮอร์โมน เมลาโตนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ควบคุมการนอนหลับ ถ้าหากเก็บตัวอยู่แต่ในที่?ืดจะทำให้ฮอร์โมนตัวนี้สูงขึ้น และอาจส่งผลให้เกิดการง่วง เหงา ซึมเซาได้ 

►10. การฟังเพลงช่วยบรรเทาอาการปวดข้อได้ จริงหรือ 

เฉลย : จริง 
เพราะการฟังเพลงทำให้สมองหลั่งสารเอนดอร์ฟินส์ ซึ่งเป็นฮอร์โมนสร้างความสุขออกมา ช่วยลดความดันโลหิต และ บรรเทาอาการปวดข้อลงได้

♥♥♪♪♥♥♪♪♥♥♪♪♥♥♪♪♥♥♪♪

Ei Ei Talk Channel 
เรื่องเล่า สาระ ขำขัน สนุกๆ
อย่าลืม กด ติดตาม กด Subscribe ด้วยนะจ๊ะ

Share
Tweet
Pin
Share
No ความคิดเห็น
10 ความลับของร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด 
☺ ที่พนักงานไม่ได้บอกเรา! ☺☻♥♦♣♠ 


10 ความลับของร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด ☺ ที่พนักงานไม่ได้บอกเรา! ☺☻♥♦♣♠

รวม 10 ความลับของร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดที่พนักงานไม่ได้บอกเรา!

เดี๋ยวนี้คนรู้ว่า อาหารฟาสต์ฟู้ดคืออะไร ชีวิตของคนเราปัจจุบันทำให้เราต้องชอบอะไรที่รวดเร็ว ง่ายดาย และกินอาหารที่ปรุงรสมาแล้ว
วันนี้เรามีเกร็ดความรู้นิดหน่อยเกี่ยวกับร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดมาให้อ่านกัน ยังไงเราก็ไม่ควรจะกินอาหารฟาสต์ฟู้ดเยอะเกินไปล่ะนะ

►10. ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการกินฟาสต์ฟู้ด 
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการไปร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดเรียกว่า “ชั่วโมงแห่งความยุ่ง” (เวลาระหว่าง 11 โมง- บ่ายโมง และเวลาระหว่าง 6 โมงเย็น-2 ทุ่ม) ในช่วงนี้มันยากที่จะหาโต๊ะว่างให้นั่งกินอาหาร แต่ว่ามันก็เป็นช่วงเวลาที่เราจะได้กินอาหารที่เพิ่งทำเสร็จสดใหม่

►9. ถ้าอยากได้เฟรนช์ฟรายสดใหม่ ให้สั่งแบบไม่เอาเกลือ 
มีการโรยเกลือใส่เฟรนช์ฟรายหลังจากที่ทอดเสร็จ ดังนั้นถ้าสั่งเฟรนช์ฟรายไม่ใส่เกลือ พนักงานก็จะต้องถอดเฟรนช์ฟรายใหม่ให้เรา

►8. กลิ่นอาหารจากในครัวเป็นส่วนหนึ่งของการตลาด 
เวลาที่เราเดินผ่านร้านฟาสต์ฟู้ด เราก็มักจะอดใจไม่ไหวกับกลิ่นอาหารหอม ๆ ร้านอาหารหลายร้านพยายามให้กลิ่นอาหารโชยออกมาแตะจมูกคนเดินผ่านร้าน บางร้านเปิดประตูครัวเอาไว้ก็เพราะเหตุผลนี้เอง

►7. โค้กถูกกว่าชาเพราะมันกระตุ้นความอยากอาหาร 
ในร้านฟาสต์ฟู้ด น้ำอัดลมมักจะถูกกว่าชา เพราะว่าคนอยากจะซื้อน้ำอัดลมมากกว่า อาจจะเป็นเพราะน้ำอัดลมสามารถทำให้หายหิวน้ำได้ (และเราก็ซื้อน้ำอัดลมมากินอีกเรื่อย ๆ) นอกจากนี้ คาร์บอนไดออกไซด์ยังช่วยกระตุ้นความอยากอาหารด้วย

►6. เฟรนช์ฟรายมีวัตถุดิบ 19 อย่าง 
เฟรนช์ฟรายประกอบด้วยวัตถุดิบประมาณ 20 อย่างผสมกัน ส่วนประกอบหลักคือมันฝรั่ง ส่วนประกอบอีก 18 อย่างก็จะมีพวก ไขมัน สารปรุงแต่ง และสารปรุงรส นี่ทำให้เฟรนช์ฟรายไม่ได้ปลอดภัย 100% หรอกนะ

►5. การซื้อฟาสต์ฟู้ดแต่เช้าก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก 
การได้ซื้ออะไรเป็นคนแรกนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่เรื่องนี้ใช้ไม่ได้กับฟาสต์ฟู้ด อย่าเพิ่งซื้อฟาสต์ฟู้ดกินตั้งแต่ตอนที่ร้านเพิ่งเปิด พนักงานใช้สารเคมีอย่างแรงทำความสะอาดห้องครัว สารเคมีพวกนี้อาจจะตกค้างอยู่ในครัวแล้วก็ตกค้างในอาหารได้

►4. ฟาสต์ฟู้ดในปัจจุบันมีแคลอรี่มากกว่าเมื่อ 30 ปีก่อน 
เดี๋ยวนี้ฟาสต์ฟู้ดมีส่วนประกอบเยอะขึ้น แคลอรี่ก็มากขึ้นตามไปด้วย ยกตัวอย่างเช่น ชีสเบอร์เกอร์ในปัจจุบันมีแคลอรี่มากกว่าชีสเบอร์เกอร์เมื่อยุค 1980 ถึง 75% เมื่อ 20 ปีที่แล้ว เฟรนช์ฟรายมีแคลอรี่น้อยกว่าเฟรนช์ฟรายปัจจุบันถึง 2 เท่า พิซซ่าเองก็มีแคลอรี่เพิ่มขึ้นมา 70%

►3. ในมิลค์เชคมีปริมาณน้ำตาลมากกว่าปริมาณน้ำตาลที่เราควรบริโภค 2-3 เท่า 
มิลค์เชคเป็นอาหารสุดคลาสสิคที่เสิร์ฟในร้านฟาสต์ฟู้ด ยิ่งช่วงหน้าร้อนยิ่งขายดี
ปริมาณน้ำตาลที่ควรบริโภคต่อวันมีประมาณ 1-2 ออนซ์ แต่มิลค์เชคแก้วนึงมีปริมาณน้ำตาลปาเข้าไป 3 ออนซ์แล้ว

►2. ทุกอย่างอร่อยขึ้นเมื่อใช้มือกิน 
เวลาที่คนใช้มือกินอาหาร คนเราจะรู้สึกดีมากขึ้น

►1. ที่กดน้ำอัดลมมันสกปรกมาก 
ที่กดน้ำเป็นที่ที่ทำความสะอาดได้ยาก มีทั้งแบคทีเรียและเชื้อโรคอยู่ในนั้นเต็มไปหมด การอยู่ในที่ที่มีน้ำตาลนั้นยิ่งดีกับเชื้อโรคพวกนี้มาก ๆ

♪♪♪♪♪♪♪♪♪♪♪♪♪♪♪♪♪♪♪♪♪♪♪♪♪

Ei Ei Talk Channel 
เรื่องเล่า สาระ ขำขัน สนุกๆ
อย่าลืม กด ติดตาม กด Subscribe ด้วยนะจ๊ะ

Share
Tweet
Pin
Share
No ความคิดเห็น
10 แหล่งสินค้า ค้าส่ง 
☺ ซื้อมา ☺ ขายไป มีแต่รวย!!!


10 แหล่งสินค้า ค้าส่ง ☺ ซื้อมา ขายไป มีแต่รวย!!!♥♠♣♦

หลายคนที่อยากจะเริ่มต้นทำธุรกิจ และกำลังมองหาแหล่งวัตถุดิบ หรือแหล่งซื้อสินค้าไปทำไรต่อ ใครที่ยังงง! ยังไม่รู้สินค้าที่ตัวเองต้องการขายได้ที่ไหน? “SME ชี้ช่องรวย” ได้รวบรวม “10 แหล่งค้าส่ง” ทั้งสินค้าและวัตถุดิบต่างๆ เพื่อเป็นตัวเลือกให้กับผู้ที่สนใจเก็บไว้เป็นข้อมูล เปรียบเทียบราคาและคุณภาพ มาเริ่มกันเลย….

►1. สำเพ็ง แหล่งขายส่งสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อยากหาอะไรไปขายมาเริ่มต้นที่ก่อนเลย มีสินค้าจิปาถะ หลายประเภท เช่น สินค้ากิ๊ฟช็อป สินค้าแฟชั่น เสื้อผ้า ของใช้ในบ้าน เครื่องสำอาง ของเล่น เครื่องเขียน อุปกรณ์การเรียน ผ้าดิบ ผ้าเหมาโหล สินค้าตามเทศกาล อาหารแห้ง ฯลฯ ไปแล้วละลายตาคว้ามาขายกันไม่ถูกเลย ส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่นำเข้าจากประเทศจีนมาขายในราคาส่ง ยิ่งซื้อมาก ราคายิ่งต่ำลงๆ ในส่วนของช่วงเวลาเปิดขายสินค้าแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ กลางวัน เริ่มตั้งแต่ 8.00 – 17.00 น. กลางคืน 23.00 – 6.00 น.

►2.พาหุรัด  ใครต้องการ “ผ้า” ต้องมาที่นี่!! เพราะมีผ้ารวบรวมไว้ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น ผ้า Cotton 100% ผ้าฝ้าย ผ้าอินโด (ลายดอก ดอก พลิ้ว พลิ้ว) ผ้าลูกไม้ แบบฉลุ ผ้า Canvas ผ้ายีนส์ยืด ผ้า chambray หรือจะเป็นเสื้อผ้าสำเร็จรูป ผ้าม่าน ผ้าม้วน เป็นต้น มีสารพัดผ้าให้เลือกซื้อ ร้านค้าเริ่มเปิดจำหน่ายตั้งแต่ 9.00 – 18.00 น.ตลาดอยู่ติดกับสำเพ็งเดินทะลุถึงกันได้

►3.คลองถมเซ็นเตอร์  สถานที่รวบรวมเครื่องมือช่าง อะไหล่นาฬิกา เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องเสียง ของใช้ในบ้าน สินค้าประดับยนต์ ของเล่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เป็นต้น ซึ่งเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 10.00 – 18.00 น. วันเสาร์ 10.00 – 24.00 น. สินค้าไอทีและ Accessory ทั้งหลาย ก็มารับจากที่นี่ไปขายทั้งนั้น อย่างเคสมือถือ คนไปซื้อจากร้านขายปลีก รู้ราคาต้นทุนแล้วถูกจนอยากจะร้องไห้ เพราะมันถูกมาก

►4.เสือป่าพลาซ่า – ใกล้ๆ กันกับคลองถมเซ็นเตอร์ แหล่งรวมสินค้าไอทีทุกชนิด อาทิ เคสมือถือ ซองหนัง ฟิลม์กันรอย ที่ห้อยมือถือ แบตเตอรี่มือถือ ที่ชาร์จแบตเตอรี่ เครื่องมือช่าง เป็นต้น เริ่มเปิดจำหน่ายตั้งแต่เวลา 9.00 – 18.00 น.

►5.ตลาดประตูน้ำ หน้าตึกใบหยก  แหล่งขายเสื้อผ้าแฟชั่นทุกประเภท โดยร้านค้าส่วนใหญ่เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายในราคาส่งมีสินค้าให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้าสตรีเสื้อผ้าผู้ชายเสื้อยืด เสื้อเด็ก รองเท้า กระเป๋า เป็นต้น เปิดจำหน่ายสินค้าตั้งแต่ 5.00 – 21.00 น.

►6.ห้างแพลตทินัม  อยู่ติดๆ กันประตูน้ำ ศูนย์รวมแฟชั่นค้าส่งและปลีกครบครัน จำหน่ายเสื้อผ้าแฟชั่น ชุดทำงาน ชุดชั้นใน เสื้อโค้ท เสื้อผ้ายีนส์ เสื้อผ้าแฟชั่นเด็ก สินค้าส่งเครื่องประดับ เข็ดขัด กระเป๋ารองเท้า ฯลฯ เครื่องสำอางก็ยังมี เสื้อผ้ามีทั้งงานเกาหลี ไต้หวัน จีน งานแบรนด์ไทยตัดเย็บเอง มาเปิดหน้าร้านขายส่งก็เยอะ งานที่นี่จะดูแฟชั่นกว่างานประตูน้ำ สามารถคละแบบได้ เดี๋ยวนี้ตัวเดียวก็ขายส่งนะ เปิดจำหน่าย 9.00 – 20.00 น.

►7.วงเวียนใหญ่ ถนนเจริญรัก ซอยเจริญรัถ 1 – 8  แหล่งค้าปลีกค้าส่ง วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องหนังแท้ หนังเทียม อะไหล่ และของตกแต่งสารพัด ที่จะในไปทำเป็นสินค้าประเภทงานทำมือ อาทิ กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ เสื้อผ้า เป็นต้น เป็นอีกหนึ่งแหล่งวัตถุดิบที่เปิดมาเป็นเวลานาน และมั่นใจได้ว่าที่นี่มีทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับงานเครื่องหนัง โดยมีร้านจำหน่ายอยู่หลายร้านร้านค้า เปิดให้บริการในวันจันทร์ – เสาร์ เวลา 8.00 – 18.00 น.

►8.หลานหลวง แหล่งขายส่งน้ำหอม หัวเชื้อน้ำหอม และบรรจุภัณฑ์ ครบวงจรมีให้เลือกซื้อหลายร้าน เวลาเปิดจำหน่ายโดยประมาณ 9.00 – 18.00 น.

►9.ตลาดสี่มุมเมือง และ ตลาดไท อยู่คนละที่แต่ย่านเดียวกันคือ ปทุมธานี เป็นแหล่งรวบรวม ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์  เนื้อปลา อาหารทะเล ข้าวสาร ธัญพืช ดอกไม้ อาหารแปรรูป สินค้าอุปโภคบริโภค อุปกรณ์สัตว์เลี้ยง และพันธุ์ไม้ต่างๆ จากทั่วประเทศมาจำหน่ายราคาปลีก ราคาส่งเปิดจำหน่ายสินค้า 24 ชั่วโมง

►10. ตลาดมหาชัย ตลาดสดครบวงจร เน้นไปทางอาหารทะเลสดใหม่ กุ้ง หอย ปู ปลา ที่ขึ้นจากเรือประมงที่เข้ามาเทียบท่าทุกวัน เปิดจำหน่าย 24 ชั่วโมง สารพัด อาหารทะเลในสไตล์ตลาดสดของที่นี่รับรองว่าไม่เคยเห็นจากที่ไหนมาก่อน ตลาดอื่นๆ ที่นี่จะได้เห็นกับกุ้งตัวโตๆ หมึกสีนมสด และอีกสารพัดปูปลาหอยเรียงรายกันเป็นพรืด ให้เลือกซื้อเลือกชั่ง ราคาถูกน่าใจหาย!! อีกเหมือนกัน

♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥

Ei Ei Talk Channel 
เรื่องเล่า สาระ ขำขัน สนุกๆ
อย่าลืม กด ติดตาม กด Subscribe ด้วยนะจ๊ะ

Share
Tweet
Pin
Share
No ความคิดเห็น
10 นามสกุลเก่าแก่ ของไทย! 
♥ ที่ลูกหลานสืบทอดเชื้อสายบุคคลสำคัญในสมัยก่อน 
น้อยคนที่จะรู้ ♥ 


10 นามสกุลเก่าแก่ ของไทย! ♥ ที่ลูกหลานสืบทอดเชื้อสายบุคคลสำคัญในสมัยก่อน น้อยคนที่จะรู้ ♥


หลายๆท่านที่อาจจะเคยศึกษาประวัติของประเทศไทยก็อาจจะรู้อยู่ว่า นามสกุลที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยมีนามสกุลอะไรกันบ้าง วันนี้เราจะพาท่านมารู้ให้ชัดกันสักทีว่า นามสกุลที่เก่าแก่ทึ่สุดมรอะไรบ้าง และ ประวัติเป็นมาอย่างไร

►1.บุนนาค นับว่าเป็นตระกูลที่เก่าแก่ บรรพชนของสกุลบุนนาคนั้น ได้รับการสืบเชื้อสายมาจากพ่อค้าชาวเปอร์เซีย (อิหร่าน) ที่เข้ามารับราชการในกรุงพระนครศรีอยุธยา ในสมัยรัตนโกสินทร์ อีกทั้งยังได้เป็นราชินิกุลอีกด้วย พ่อค้าคนนั้นมีนามว่า เฉกอะหฺมัด

►2.ณ บางช้าง สกุล ณ บางช้าง ยังเป็นราชสกุลหนึ่งที่สืบเชื้อสายจากราชวงศ์สุโขทัยแห่งอาณาจักรอยุธยา และยังเป็นสกุลพระญาติวงศ์ในสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี พระบรมราชินีในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช.

►3.วัชโรทัย สืบสกุลมาจากพระยาอุทัยธรรม เจ้ากรมภูษามาลาในรัชกาลที่หนึ่งนั้น ท่านเคยรับราชกาลเป็นภูษามาลาในสมัยกรุงศรีอยุธยามาแล้ว เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกขึ้นปราบดาภิเษก เป็นพระมหากษัตริย์ จึงเข้ามาถวายตัวเพื่อทำตำแหน่งสืบตระกูลภูษามาลาอย่างต่อเนื่องจนถึงรัชกาลปัจจุบัน

►4.สุจริตกุล ต้นตระกูลสุจริตกุล คือหลวงอาสาสำแดง (แตง) สืบเชื้อสายมาจากขุนนางในราชสำนักกรุงเก่า กับท้าวสุจริตธำรง (นาค) เป็นนายวิเสทกลางหวานในพระบรมมหาราชวัง ตำแหน่งเดิมท้าวทองพยศ ตราตระกูลจึงเป็นรูปพญานาคพันแตง

►5.ณ ป้อมเพชร เป็นตระกูลเก่าแก่ที่สืบทอดมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา สืบเชื้อสายมาจาก "พระยาชัยวิชิตวิศิษฏ์ธรรมธาดา" (ขำ ณ ป้อมเพชร์) ต้นตระกูล อธิบดีกรมราชทันฑ์คนแรกของประเทศไทย

►6.ณ นคร สืบเชื้อสายมาจากพระเจ้าขัตติยราชนิคม สมมติมไหสวรรย์ พระเจ้านครศรีธรรมราช แห่งราชวงศ์ศรีธรรมาโศกราช มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงนายสิทธิ์นายเวรมหาดเล็กในสมเด็จเจ้าฟ้าอุทุมพร ต่อมาได้รับตำแหน่งเป็นปลัดเมืองนครศรีธรรมราช

►7.โรจนกุล ตระกูลนี้สืบเชื้อสายมาจากบิดาซึ่งเป็นพราหมณ์ชื่อ พราหมณ์ศิริวัฒนะ ราชปุโรหิตในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 3 แห่งราชวงศ์ปราสาททองแห่งกรุงศรีอยุธยา เป็นตระกูลของของเจ้าพระยาพิษณุโลก

►8.อมาตยกุล ตระกูลนี้สืบเชื้อสายมาจากขุนนางเก่าแก่ของกรุงศรีอยุธยา และเป็นขุนนางสืบต่อกันมาเรื่อยโดยไม่เว้นช่อง ตั้งแต่แผ่นดินพอเจ้าประสาททอง จนถึงกรุงธนบุรี กรุงรัตนโกสินทร์ ๖ รัชกาลถึง ๑๕ แผ่นดิน เป็นถึงชั้นพระยามีมากหลายท่านที่เป็นขุนหลวงพระแตกสาขาออกไปอีกนับร้อย

►9.บุรณศิริ สืบเชื้อสายจากพราหมณ์เมืองพาราณสี ประเทศอินเดีย โดยมีเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (บุญศรี) ต้นตระกูล "บุรณศิริ" เข้ารับราชการในประเทศไทยตั้งแต่สมัยแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยาครั้นถึงรัชกาลที่ 4 ต้นตระกูล "บุรณศิริ" ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น "เจ้าพระยาธรรมกรณาธิบดี" เสนาบดีกระทรวงวัง ต่อมาเมื่อชราได้รับพระราชกรุณาโปรดเกล้าฯเปลี่ยนราชทินนามเป็น "เจ้าพระยาสุธรรมมนตรี"

►10.ราชตระกูลสายสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก ซึ่งสืบเชื้อสายมาจาก เจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) เสนาบดีพระคลังในรัชกาลสมเด็จพระเพทราชา ผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเป็นออกพระวิสุทธสุนทร และได้เดินทางไปถวายพระราชสาส์นของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ยังราชสำนักของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เมื่อ พ.ศ. 2228 มีดังนี้ นรินทรางกูร เทพหัสดิน มนตรีกุล อิศรางกูร เจษฎางกูร นรินทรกุล

♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥

Ei Ei Talk Channel 
เรื่องเล่า สาระ ขำขัน สนุกๆ
อย่าลืม กด ติดตาม กด Subscribe ด้วยนะจ๊ะ

Share
Tweet
Pin
Share
No ความคิดเห็น
9 เทคนิคถ่ายภาพท่องเที่ยวจากสมาร์ทโฟนก็ดูดีได้ ♥ 


►9 เทคนิคถ่ายภาพท่องเที่ยวจากสมาร์ทโฟนก็ดูดีได้◄

เวลาไปเที่ยว ใครๆ ก็อยากจะมีรูปสวยเก็บไว้เป็นความทรงจำ หรือนำมาลง Facebook, Instagram แต่บางทีรูปที่ได้ก็ไม่ถูกใจเอาซะเลย วันนี้เรามี 9 เทคนิคถ่ายภาพท่องเที่ยวจากสมาร์ทโฟนไม่ต้องพึ่งกล้องใหญ่ แต่ถ่ายออกมาดูดีได้ไม่แพ้กันมาฝาก อ่านไว้ก่อนไปเที่ยว รับรองภาพของคุณได้ยอดไลท์จากมวลมหาชนชาวโซเชียลแน่นอน

►1. จุดตัด 9 ช่อง
 ลองใช้สกิลการถ่ายภาพเบื้องต้นด้วยการเปิดการใช้งาน Grid หรือ เส้นจุดตัด ที่จะทำให้การถ่ายรูปวิวหรือ Landscape ของคุณได้มุมที่สวยกว่าเดิมและ Professional มากขึ้นค่ะ

►2. หา composition ของภาพ
 อยากถ่ายภาพสถานที่ท่องเที่ยวให้สวยๆ ต้องหา Composition หรือจุดเด่นของภาพให้เจอ จะเป็นคนหรือสิ่งของก็ได้ รับรองว่าช่วยรูปของคุณดูปังขึ้นแน่นอน

►3. ถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้นและตก
ลองตื่นเช้ามากขึ้นกว่าเดิม หรือใช้เวลาช่วงพระอาทิตย์ตกให้เป็นประโยชน์ เพราะคุณจะได้ภาพถ่ายที่สวยละมุน ทั้งโทนสีที่อบอุ่นของพระอาทิตย์กับภาพท้องฟ้าหลายเฉดสี สวยมากจนต้องรัวชัตเตอร์หลายช็อตเลย

►4.มีคนอยู่ในภาพดูไม่เหงา
 บางทีถ้าหากถ่ายภาพวิวหรือ Landscape อย่างเดียวก็อาจจะเหงาไป ลองจับภาพตอนที่มีคนเดินผ่านหรือ Candid ภาพคนท้องถิ่น จะทำให้ภาพถ่ายของคุณน่าสนใจกว่าเดิมนะคะ

►5. เที่ยวทั้งทีถ่ายแต่หน้าตัวเองทำไม?
 หมดยุคของการเซลฟี่แล้วค่ะ! ไปเที่ยวทั้งทีมัวแต่เซลฟี่ด้วยตัวเองจนแทบไม่เห็นวิวว่าไปเที่ยวที่ไหนแบบนี้บอกเลยว่าถ่ายที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องไปเที่ยวเลย

►6. วานนักท่องเที่ยวอื่นถ่ายภาพให้
 เปลี่ยนจากเซลฟี่มาลองขอให้คนอื่นช่วยถ่ายภาพให้คุณดีกว่า ไม่ต้องกังวลถ้าหากไปเที่ยวคนเดียว หรือสองคนก็สามารถยิ้มหวานๆ พร้อมขอให้นักท่องเที่ยวใกล้ๆ ช่วยถ่ายรูปให้คุณ ไม่แน่อาจจะมิตรภาพเพิ่มจากภาพถ่ายนี้ก็เป็นไปได้นะคะ

►7. โพสท่าทีเผลอ
 ถ้าอยากถ่ายภาพให้เห็นตัวเราอยู่ในสถานที่ท่องเที่ยว การมองกล้องอย่างเดียวอาจจะทำให้องค์ประกอบของภาพดูแข็งทื่อไป ลองทำท่าทีเผลอๆ ชมนกชมไม้ หรือมี Activity ประกอบ จะช่วยให้ภาพออกมาดูดีกว่าที่เคยค่ะ

►8. หามุมแปลกๆ
 สำหรับใครที่เบื่อการถ่ายภาพสถานที่ท่องเที่ยวในมุมเดิมๆ ที่ซ้ำกับคนอื่น ลองสนุกด้วยการไม่ต้องแคร์ทฤษฏีการถ่ายภาพใดๆ แค่เลือกมุมที่คุณชอบ อาจจะกลายเป็นภาพที่ดีที่สุดในทริปก็ได้นะคะ

►9. ครีเอทท่าโพสใหม่
 ปิดท้ายด้วยการถ่ายภาพในมุมมองสนุกๆ ลองครีเอทท่าโพสใหม่ๆ ไม่ว่าจะไปคนเดียว กับเพื่อนหรือแฟน อาจใช้ accessory เป็นพร็อพช่วยก็ได้ อย่างการถ่ายภาพผ่านเลนส์แว่นกันแดด นี่ก็จะได้มุมมองที่แปลกดีแถมได้สีภาพไปตามเลนส์แว่นที่เลือกใช้ด้วย ถ้าเที่ยวป่าเที่ยวเขา ลองไปยืนนิ่งๆ ทำตัวกลมกลืนกับธรรมชาติ หรือหาใบไม้สักสามสี่ใบมาใส่หัว ทำให้ดูเหมือนไปเที่ยวเกาหลีแล้วใบไม้ร่วง เท่านี้ก็ได้ภาพเก๋ไก๋ไม่เหมือนใครแล้ว
ไม่รู้มีใครเห็นด้วยไหมนะคะ ว่าถึงเราจะถ่ายภาพทิวทัศน์ตรงหน้าให้ออกมาสวยยังไง แต่ของจริงที่เห็นด้วยตามักสวยกว่าเป็นพันเท่า ฉะนั้นก็อย่ามัวจริงจังกับการถ่ายภาพในโทรศัพท์มากไป จนลืมสัมผัสความงามที่แท้จริงของธรรมชาติ

♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥

Ei Ei Talk Channel 
เรื่องเล่า สาระ ขำขัน สนุกๆ
อย่าลืม กด ติดตาม กด Subscribe ด้วยนะจ๊ะ

Share
Tweet
Pin
Share
No ความคิดเห็น
5 เรื่องควรรู้เกี่ยวกับ 
♥ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ ♥ 


► 5 เรื่องควรรู้เกี่ยวกับ ♥ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ ♥
          
►นับเป็นหนึ่งเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่สำคัญสำหรับคนไทยทุกคน ในวันที่  1 ธันวาคม  2559 โดยมี พล. อ. เปรม พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายวีระพล ตั้งสุวรรณ ประธานศาลฎีกา เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ประทับยืนหน้าพระที่นั่ง ก่อนที่ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กราบบังคมทูลอัญเชิญพระรัชทายาท เสด็จขึ้นทรงราชย์ เป็นพระมหากษัตริย์ สืบราชสันตติวงศ์ ในราชวงศ์จักรี ซึ่งวันนี้ได้รวบรวม 5 เรื่องควรรู้เกี่ยวกับพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 มาฝากเพื่อเป็นความรู้
  

►1. พระปรมาภิไธย
ให้เฉลิมพระปรมาภิไธยว่า 
“สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร”
คำอ่าน สม-เด็ด-พระ-เจ้า-อยู่-หัว-มะ-หา-วะ-ชิ-รา-ลง-กอน-บอ-ดิน-ทระ-เทบ-พะ-ยะ-วะ-ราง-กูน
โดยมีชื่อ ภาษาอังกฤษว่า
“His Majesty King Maha Vajiralongkorn Bodindradebayavarangkun”

►2.ความหมายของพระปรมาภิไธย
พระปรมาภิไธยใหม่ “มหาวชิราลงกรณ ปรมราชาธิราช” โดยมีอักษรย่อคือ ว.ป.ร.
• สีตัวอักษร “ว” สีขาวนวล คือ วันพระราชสมภพ (วันจันทร์ นับตามคติมหาทักษา)
• สีตัวอักษร “ป” สีเหลือง คือ วันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9
• สีตัวอักษร “ร” สีฟ้า คือ วันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาภในรัชกาลที่ 9
ถูกออกแบบโดย นายสุนทร วิไล จากกรมศิลปากร ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต วันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

►3.พระพี่เลี้ยงคือคุณวิไล อมาตยกุล
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร คือคุณวิไล อมาตยกุล โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระอภิบาล นอกจากนั้นแล้วเมื่อครั้งพระองค์เจ้าทีปังกร รัศมีโชติ ประสูติ คุณวิไล อมาตยกุลก็ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยให้ถวายคำแนะนำในการดูแลพระอนามัยอีกด้วย
  
►4.กษัตริย์นักรบ
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร ทรงเคยปฏิบัติราชภารกิจด้านการทหาร ทรงเข้าร่วมการรบในการต่อต้านการก่อการร้ายบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย รวมถึงการคุ้มกันพื้นที่ในบริเวณรอบค่ายผู้อพยพชาวกัมพูชา เพื่อความผาสุกของพสกนิกรอย่างเต็มพระราชกำลัง
  
►5.กษัตริย์นักบิน
            สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร ทรงเคยปฏิบัติหน้าที่คูรการบินเครื่องบินขับไล่ เอฟ-5   อี/เอฟ และทรงเคยปฏิบัติหน้าที่นักบินที่ 1 เครื่องบินโบอิ้ง 737 – 400 ในเที่ยวบินสายใยรักแห่งครอบครัว ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥

Ei Ei Talk Channel 
เรื่องเล่า สาระ ขำขัน สนุกๆ
อย่าลืม กด ติดตาม กด Subscribe ด้วยนะจ๊ะ

Share
Tweet
Pin
Share
No ความคิดเห็น
4 เรื่องที่ควรรู้! 
♥เพราะมันจะทำให้ชีวิตของเราง่ายขึ้นอีกเยอะ♥ 


4 เรื่องที่ควรรู้! เพราะมันจะทำให้ชีวิตของเราง่ายขึ้นอีกเยอะ

►1. ไม่มีใครแก่เกินเรียน
ไม่มีใครแก่เกินกว่าจะท้าทายความเป็นไปได้ใหม่ๆ ออกไปเรียนรู้ในสิ่งที่คุณไม่เคยรู้ ไม่เคยได้สัมผัส เพื่อสั่งสมประสบการณ์ใหม่ๆ ที่จะนำไปใช้ต่อยอดในชีวิตประจำวัน ตัวเลขอายุไม่สำคัญ หากคุณยังมีความมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้ ก็ทำซะเถอะครับ! มีแต่คนที่หยุดเรียนรู้เท่านั้นแหละที่แก่ลง..

►2. ใครๆ ก็เรียนรู้จากความผิดพลาดได้
แม้แต่คนที่ไม่เคยได้ลงมือทำอะไรมาก่อนยังสามารถเรียนรู้ความผิดพลาดของคุณจากการบอกเล่าได้เลย แล้วคุณล่ะ? คนที่ลงสนาม คนที่ลงมือทำ ทำไมจะเรียนรู้จากความผิดพลาดตรงน้ันไม่ได้? โลกมีวิธีสอนเรามากมาย และหนึ่งในนั้นก็คือ "ความล้มเหลวจากบทสอบ" ขอแค่คุณเปิดใจยอมรับที่จะเรียนรู้ โอกาสและความเป็นไปได้ใหม่ๆ ก็พร้อมที่จะเปิดขึ้น

►3. อดีตก็เป็นแค่เพียงสถานการณ์ที่เคยเกิดขึ้น
ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องลากเรื่องราวของสถานการณ์เหล่านั้นกลับตามมาในปัจจุบันและอนาคต โดยเฉพาะกับเรื่องราวที่ไม่ส่งเสริมความเป็นไปได้ใหม่ อะไรที่เกิดขึ้นแล้วก็ปล่อยให้มันจบไปครับ ใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันเท่านั้น สร้างความเป็นไปได้ใหม่จากสิ่งที่ตรงหน้าเท่านั้น 

►4. มีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่พูดและทำ
อะไรที่เราพูดและทำ เราต้องรับผิดชอบ เราต้องมีวินัยลงมือทำจนกว่าจะเกิดผลตามที่เราได้พูดไว้ และจะต้องไม่ปล่อยให้เหตุการณ์ภายนอกเข้ามาบดบังความเป็นไปได้หรือความต้องการของเรา เมื่อคุณให้ความสนใจลงไปที่ตรงไหน ตรงนั้นก็จะเกิดผล ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรที่ทำให้สถานการณ์นั้นเกิดขึ้น ใครทำ ทำตอนไหน ดีหรือแย่ สุดท้ายถ้ามันเกิดขึ้นนั้นก็แปลว่าคุณสนใจมัน

♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥

Ei Ei Talk Channel 
เรื่องเล่า สาระ ขำขัน สนุกๆ
อย่าลืม กด ติดตาม กด Subscribe ด้วยนะจ๊ะ

Share
Tweet
Pin
Share
No ความคิดเห็น
10 ต้นไม้ให้ร่มเงาปลูกไว้ให้บ้านร่มรื่น 
♥1 แชร์ 1 ธรรมทาน♥ 


10 ต้นไม้ให้ร่มเงาปลูกไว้ให้บ้านร่มรื่น ♥1 แชร์ 1 ธรรมทาน♥

หากใครกำลังมองหา ต้นไม้ให้ร่มเงา มาปลูกไว้ในบ้าน ข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับต้นไม้ให้ร่มเงาหลากชนิดมาฝากกัน ลองไปดูกันสิว่าต้นไม้ชนิดไหนบ้างที่เหมาะจะปลูกเป็นต้นไม้ให้ร่มเงาคู่กับบ้านของคุณไปอีกนาน ๆ ขอเชิญพบกับ 10 ต้นไม้ให้ร่มเงาปลูกไว้ให้บ้านร่มรื่น

►10.ต้นมะม่วง
 เป็นต้นไม้ยืนต้นขนาดกลางที่นิยมปลูกเอาไว้ในบ้าน เพราะมีผลให้รับประทานได้ด้วย ซึ่งพันธุ์มะม่วงที่นิยมปลูกกันก็คือ เขียวเสวย, โชคอนันต์, มันทวาย ฟ้าลั่น ฯลฯ ทั้งนี้ต้นมะม่วงเป็นไม้มงคลที่มีมาตั้งแต่พุทธกาล จึงเชื่อกันว่าหากปลูกมะม่วงเอาไว้ในบ้านจะทำให้คนในบ้านมีความร่ำรวยมากขึ้น

►9.ต้นทองกวาว
 ต้นทองกวาว เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางแบบผลัดใบ กิ่งก้านแตกไม่เป็นระเบียบ ออกดอกเป็นช่อคล้ายกับต้นทองหลาง โดยดอกทองกวาวจะมีสีแดงส้มหรือสีแสด เมื่อบานออกจะมี 5 กลีบ โดยออกดอกเรียงกันเป็นกลุ่ม ๆ และจะออกดอกมาในช่วงเดือนธันวาคม–กุมภาพันธ์ และเมื่อออกดอกหมดใบใหม่ก็จะเริ่มร่วงโรยผลัดใบ เชื่อกันว่าหากปลูกไว้ในบ้านจะมีเงินเยอะ

►8.ต้นปีบ
 ไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลางถึงใหญ่ เรือนยอดเป็นพุ่มทรงกระบอก มีกิ่งก้านที่ย้อยลง ออกดอกเป็นสีขาวหรือชมพู มีกลิ่นหอม โดยจะออกดอกเป็นช่อกระจุกซ้อนกันตามปลายกิ่ง และจะออกดอกในช่วงเดือนกันยายน–พฤศจิกายน ซึ่งดอกปีบจะบานในช่วงเย็น นิยมปลูกให้ร่มเงาในสวนหรือลานจอดรถ เชื่อว่าปลูกแล้วจะมีชื่อเสียงโด่งดัง เก็บเงินเก็บทองได้มาก

►7.ต้นลีลาวดี
 ต้นลีลาวดี มีหลากหลายสายพันธุ์และออกดอกต่างสีสันกันไป มีตั้งแต่สีขาว, สีเหลือง, สีชมพู, แต่ที่นิยมปลูกกันมากในประเทศไทยคือ ต้นลีลาวดีพันธุ์ขาวพวง ซึ่งจะออกดอกสีขาวสวยงาม โดยส่งกลิ่นหอมเย็น ๆ ให้ฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ และจะออกดอกดกเป็นช่อใหญ่ประมาณ 10-15 ดอก โดยนอกจากจะมีกลิ่นหอมแล้ว ยังนิยมปลูกไว้เป็นต้นไม้ให้ร่มเงาด้วย

►6.ต้นเหลืองปรีดียาธร
 เป็นไม้ยืนต้นสูงไม่เกิน 8 เมตร ลำต้นเป็นไม้เนื้ออ่อน แตกกิ่งก้านเป็นชั้น ใบมีลักษณะเป็นใบย่อย 5 ใบ มีสีเขียวอมขาว ลักษณะใบแข็งและมีขนนุ่ม นอกจากนี้ยังมีดอกสีเหลืองสด ออกดอกเป็นช่อ ๆ สวยงาม และออกดอกมากในช่วงกุมภาพันธ์–มีนาคม มีผลเป็นฝักยาว 10 เซนติเมตร คนส่วนใหญ่นิยมปลูกไว้เป็นต้นไม้ให้ร่มเงา เนื่องจากลำต้นสูงและสีสันสวยงามสะดุดตา

►5.ต้นจำปา
ต้นจำปา เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางทรงพุ่มเตี้ย สูงประมาณ 20 ฟุต โดยต้นจำปาจะมีลักษณะแตกต่างจากต้นจำปี โดยมีใบเล็กกว่า และมีดอกเป็นสีเหลืองส้ม ทั้งนี้ต้นจำปาจะออกดอกเดี่ยวรวมกันเป็นช่อ โดยจะออกดอกตั้งแต่อายุ 1 ปี และออกดอกมากที่สุดตอนอายุ 3-5 ปี โดยจะออกดอกตลอดทั้งปี และดอกบานเวลา 02.00–03.00 น. โดยหากปลูกไว้ในบ้านจะช่วยบังแดดได้

►4.ต้นจำปี
 ต้นจำปี เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง มีอายุประมาณ 10-20 ปี ลำต้นสีน้ำตาลแตกเป็นร่องถี่ กิ่งเปราะ หักง่าย เวลาออกดอกจะออกเป็นเดี่ยวที่ซอกใบ ดอกยาวเรียว กลีบดอกสีเหลืองครีม ประมาณ 8-12 กลีบ ยาว 4-6 เซนติเมตร มีกลิ่นหอมฟุ้ง นิยมนำมาร้อยมาลัย โดยมีประโยชน์ใช้เป็นยารักษาอาการวิงเวียน แก้ไอ บำรุงหัวใจได้ นอกจากนี้ยังสามารถให้ร่มเงาได้ดี และเมื่อลมพัดโชยมาก็จะส่งกลิ่นหอมไปทั่ว

►3.ต้นสารภี
 ต้นสารภี เป็นไม้ดอกยืนต้น ซึ่งได้รับพระราชทานให้ปลูกเป็นไม้มงคลจังหวัดพะเยา ลำต้นสูงประมาณ 10-15 เมตร เป็นไม้ไม่ผลัดใบ ลำต้นตรง ขรุขระเล็กน้อย ปลายกิ่งมักจะห้อยลงสู่ลำต้น ใบเป็นรูปไข่ ปลายมนกว้าง โดยจะแตกออกเป็นคู่ตรงข้ามกัน ออกดอกเป็นช่อเดี่ยวตามกิ่ง มีกลีบดอก 5 กลีบ มีความเชื่อว่าบ้านไหนปลูกต้นสารภีจะทำให้มีอายุยืนนาน และดอกสารภียังเป็นยาบำรุงหัวใจได้ด้วย

►2.ต้นประดู่
 ต้นประดู่ เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ สูงประมาณ 10 เมตรขึ้นไป ใบจะออกรวมกันเป็นช่อ โดยมีใบรูปมนรี ปลายใบแหลม และออกดอกเป็นสีเหลืองสด หากดอกใกล้โรยจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล มักจะเห็นดอกบานสวยในช่วงพฤษภาคม-สิงหาคม ซึ่งต้นประดู่เป็นต้นไม้มงคลที่หมายถึงความสามัคคีและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน จึงทำให้ถูกนำมาเป็นสัญลักษณ์ของกองทัพเรือไทยด้วย

►1.ต้นหูกระจง
 ต้นหูกระจง หรือ แผ่บารมี เป็นต้นไม้ที่มีการเจริญเติบโตเร็ว อายุยืน และมีทรงพุ่มสวยงาม แตกกิ่งเป็นชั้น ๆ แต่ละชั้นจะห่างกันประมาณ 50-100 เซนติเมตร โดยจะมีการผลัดใบ และออกดอกสีขาวคล้ายกระถินณรงค์ ส่วนเมล็ดจะคล้ายกับเมล็ดพุทรา ส่วนใหญ่นิยมปลูกต้นหูกระจงเพื่อตกแต่งสวน เป็นต้นไม้ให้ร่มเงาในบ้าน เนื่องจากลำต้นสูงใหญ่ อายุยืน และช่วยบังแดดได้ดี อีกทั้งยังเป็นต้นไม้มงคลที่เชื่อกันว่าปลูกแล้วจะมีความสุขความเจริญมากขึ้นด้วย

♪♪♪☻☺♥♪♪♪☻☺♥♪♪♪☻☺♥♪♪♪☻☺♥♪♪♪☻☺♥

Ei Ei Talk Channel 
เรื่องเล่า สาระ ขำขัน สนุกๆ
อย่าลืม กด ติดตาม กด Subscribe ด้วยนะจ๊ะ

Share
Tweet
Pin
Share
No ความคิดเห็น
8 วิธีฝึกจิต ให้พ้นทุกข์ ♥1แชร์ เท่ากับ 1 ธรรมทาน♥ 


8 วิธีฝึกจิต ให้พ้นทุกข์  ♥1แชร์ เท่ากับ 1 ธรรมทาน♥

วิธีการฝึกจิตใจของตัวเองไม่ให้ฟุ้งซ่าน ให้มีสมาธิและสติอยู่ตลอดเวลา โดยกูรูได้ชี้แนะให้ประชาชนได้ลองฝึกควบคุมจิตใจของตัวเอง และเมื่อทำได้ก็จะเป็นผลดีต่อตัวเองจิตใจเราจะได้สงบและไม่เป็นทุกข์ มาดูกันเลยครับ

►1. ฝึกมองตัวเองให้เล็กเข้าไว้ หมายความว่า จงเป็นคนตัวเล็ก อย่าเป็นคนตัวใหญ่ จงเป็นคนธรรมดา อย่าเป็นคนสำคัญ เวลามีอะไรเกิดขึ้นกับเรา อย่าไปให้ความสำคัญกับตัวเองมากไป

►2. ฝึกให้ตัวเองเป็นนักไม่สะสม หมายความว่า การสะสมอะไรสักอย่างนั้นเป็นภาระ ไม่มีอะไรที่เราสะสมแล้วไม่เป็นภาระยกเว้นความดี นอกนั้นล้วนเป็นภาระทั้งหมดไม่มากก็น้อย

►3. ฝึกให้ตนเองเป็นคนสบายๆ หมายความว่า อย่าไปบ้ากับความสมบูรณ์แบบ เพราะความสมบูรณ์แบบมันไม่มีจริง มีแต่คนโง่เท่านั้นที่มองว่า ความสมบูรณ์แบบมีจริง

►4. ฝึกให้ตัวเองเป็นคนนิ่งๆ หรือไม่ก็พูดในสิ่งที่ดีๆ หมายความว่า ถ้าอะไรไม่ดีก็อย่าไปพูดมากไม่ว่าสิ่งนั้นจะถูกหรือผิด แต่ถ้ามันไม่ดี เป็นไปได้ก็ไม่ต้องพูด เพราะการพูด หรือวิจารณ์ในทางเสียหายนั้น มีแต่ทำให้จิตใจตนเองตกต่ำ และขุ่นมัว

►5. ฝึกให้ตัวเองรู้ธรรมชาติว่า อะไรๆ ก็ผ่านไปเสมอ หมายความว่า เวลามีความสุข ก็ให้รู้ว่า เดี๋ยวความสุขมันก็ผ่านไป เวลามีความทุกข์ ก็ให้รู้ว่า เดี๋ยวความทุกข์ก็ผ่านไป เวลามีสถานการณ์แย่ๆ เกิดขึ้น ก็ให้รู้ทันว่า เรื่องราวเหล่านี้ มันไม่ได้อยู่กับเราจนวันตาย

►6. ฝึกให้ตัวเองเข้าใจเรื่อง ของการนินทา หมายความว่า เราเกิดมาก็ต้องรู้ตัวว่า เราต้องถูกนินทาแน่นอน ดังนั้น เมื่อถูกนินทาขอให้รู้ว่า “เรามาถูกทางแล้ว” แปลว่า เรายังมีตัวตนอยู่บนโลก คนที่ชอบเต้นแร้งเต้นกา กับคำนินทาก็คือคนไม่รู้เท่าทันโลก แม้แต่คนเป็นพ่อแม่ก็ยังนินทาลูก คนเป็นลูกก็ยังนินทาพ่อแม่ นับประสาอะไรกับคนอื่น ถ้าเราห้ามตัวเองไม่ให้นินทาคนอื่นได้เมื่อไหร่ ค่อยมาคิดว่า เราจะไม่ถูกนินทา

►7. ฝึกให้ตัวเองพ้นไปจาก ความเป็นขี้ข้าของเงิน หมายความว่า เราต้องหัดพอใจกับสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ รถยนต์ใช้อะไรอยู่ ก็หัดพอใจกับมัน นาฬิกาใช้อะไรอยู่ ก็หัดพอใจกับมัน เสื้อผ้าใช้อะไรอยู่ ก็หัดพอใจกับมัน การที่คนเราจะเลิกเป็นขี้ข้าเงินได้ ต้องเริ่มจากการรู้จักเพียงพอก่อน เมื่อรู้จักพอแล้ว ก็ไม่ต้องหาเงินมาก เมื่อไม่ต้องหาเงินมาก ชีวิตก็มีโอกาสทำอะไรที่มากกว่าการหาเงิน

►8. ฝึกให้ตัวเองเสียสละ และยอมเสียเปรียบ หมายความว่า การที่คนๆ หนึ่งยอมเสียเปรียบผู้อื่นบ้าง เป็นเรื่องจำเป็น ใครก็ตามที่บ้าความถูกต้อง บ้าเหตุบ้าผล ไม่ยอมเสียเปรียบอะไรเลย ไม่ช้า คนๆ นั้นก็จะเป็นบ้าสติแตก กลายเป็นคนที่ถูกทุกอย่างแต่ไม่มีความสุข เพราะต้องสู้รบกับคนรอบข้างเต็มไปหมดเพื่อความถูกต้องที่ตนเองยึดมั่นถือมั่น
ลองฝึกกันดูนะค่ะ เพื่อทางแห่งการพ้นทุกข์ ไม่อยากทุกข์นี่แหละคือกรดับทุกด้วยตัวเอง

►►►►►►►►►►►►►►►

Ei Ei Talk Channel 
เรื่องเล่า สาระ ขำขัน สนุกๆ
อย่าลืม กด ติดตาม กด Subscribe ด้วยนะจ๊ะ

Share
Tweet
Pin
Share
No ความคิดเห็น
►4 สิ่งจำเป็น◄ สำหรับการเตรียมตัวก่อนไปเที่ยวทะเล
 By Ei Ei Talk Channel 


4 สิ่งจำเป็น สำหรับการเตรียมตัวก่อนไปเที่ยวทะเล เพื่อวันพักผ่อนที่แสนสบาย

แม้ว่าช่วงนี้กำลังจะเข้าสู่หน้าหนาว แต่ทะเลบ้านเรานั้นก็ยังได้รับความนิยมในด้านการท่องเที่ยวตลอดทั้งปีครับ โดยเฉพาะภาคใต้นั้น สาเหตุก็เพราะทะเลบ้านเราไม่มีได้รับอิทธิพลจากความหนาวเย็นเหมือนภาคอื่นๆ ทางตอนบน ดังนั้นจึงมักจะมีนักท่องเที่ยวจากที่ต่างๆ แวะเวียนกันไปพักผ่อนอยู่ตลอดทั้งปี (ที่ต้องระวังก็แค่มรสุม) และวันนี้เราจะมานำเสนอวิธีการเตรียมตัวก่อนไปเที่ยวทะเลกันครับ ว่าเราควรเตรียมตัวอย่างไร เพื่อจะไม่ให้วันท่องเที่ยวของเราต้องฉุกละหุก

►1. เสื้อผ้า อันดับแรกเลยที่สำคัญเราต้องเตรียมเสื้อผ้าไปครับ โดยเฉพาะชุดว่ายน้ำหากต้องการเน้นที่กิจกรรมในทะเล เช่นลงเล่นน้ำ ดำน้ำ หรือนอนอาบแดดตามหาดทราย ซึ่งต้องใช้ชุดที่เหมาะสมกับสภาพสิ่งแวดล้อม ทะเลบ้านเรานั้นเป็นทะเลที่มีอากาศร้อน ดังนั้นชุดที่เตรียมไปควรเป็นชุดที่ใส่สบาย และไม่ฟิตจนเกินไปนัก แต่ก็อย่าให้ล่อแหลมมากนักนะครับ สำหรับคุณผู้หญิงทั้งหลาย

►2. ครีมกันแดด แน่นอนว่ากิจกรรมยอดฮิตอีกอย่างหนึ่งของการเที่ยวทะเลคือการอาบแดด แต่สำหรับทะเลบ้านเราก็อย่างที่บอก ว่าเป็นทะเลในโซนร้อน แดดยามกลางวันก็จัดได้ว่าร้อนมากกว่าทะเลในโซนยุโรป หรืออเมริกา ดังนั้นสิ่งที่ควรเตรียมไปด้วยสำหรับผู้ชื่นชอบการอาบแดดเป็นชีวิตจิตใจก็คือ ครีมกันแดดนั่นเองครับ ซึ่งควรจะเป็นครีมที่มีค่า SPF สูงสักหน่อย (ดูที่ข้างผลิตภัณฑ์) ซึ่งค่าที่แนะนำคือ SPF 30-50 ขึ้นไปจะดีที่สุดครับ

►3. ของใช้ส่วนตัวต่างๆ เช่น ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ครีมอาบน้ำ แชมพู ซึ่งของเหล่านี้บางคนอาจจะแย้งว่าไม่จำเป็นต้องเอาไปด้วยก็ได้ เพราะมีขายอยู่ทุกที่ แต่ขอแนะนำว่าการเตรียมตัวไปล่วงหน้าจะดีที่สุดครับ เพราะบางทีไปถึงที่เที่ยวแล้วเกิดลืมซื้อขึ้นมา ก็จะทำให้ฉุกละหุกขึ้นมาได้ หรือบางสถานที่ก็ไม่มีร้านขายของเสียอีก ดังนั้นการจัดเตรียมของเหล่านี้ไปจากบ้านจะดีกว่า

►4. กล้องถ่ายรูป สำหรับเก็บบันทึกความทรงจำ และภาพสวยๆ ที่ได้จากการท่องเที่ยว เพราะคงไม่มีใครอยากจะไปเที่ยวเฉยๆ กันหรอกนะครับสมัยนี้ ภาพสวยๆ ที่คุณได้มานั้น นอกจากจะเก็บไว้เป็นความทรงจำส่วนตัวแล้ว ยังสามารถแบ่งปันตามโลกสังคมออนไลน์ต่างๆ ให้เพื่อนๆ ของคุณได้เห็นถึงความงดงามในสถานที่ท่องเที่ยวนั้นได้อีกด้วยครับ ถือว่าเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวอีกทางหนึ่ง

การเตรียมตัวไปทะเลนั้น เป็นเรื่องที่หลายๆ คนมองข้ามเพราะคิดว่าเอาอะไรไปแค่ไหนก็ได้ แต่บางครั้งเรื่องง่ายๆ นี่แหละคับ ที่สร้างความเร่งรีบให้กับเราได้ ดังนั้นการเตรียมตัวไปเที่ยวทะเล จึงต้องมีการเตรียมพร้อมแต่เนิ่นๆ จัดของทุกอย่างไปให้เรียบร้อย ดีกว่าไปถึงที่แล้วบ่นว่าลืมนั่นลืมนี่ ขอให้เพื่อนๆท่องเที่ยวกันอย่างมีความสุขนะครับ สวัสดีครับ

♪♪♪♪♪♪♪♪♪♪♪♪♪♪♪♪♪♪♪♪♪♪♪♪

►Ei Ei Talk Channel◄ 
เรื่องเล่า สาระ ขำขัน สนุกๆ
อย่าลืม กด ติดตาม กด Subscribe ด้วยนะจ๊ะ

Share
Tweet
Pin
Share
No ความคิดเห็น
ทำไมต้องแสดงมหรสพและออกทุกข์
 ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิง 


ทำไมต้องแสดงมหรสพและออกทุกข์  ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิง

“สมมติเทพ”กลับ”สวรรค์”!!!…ทำไมต้องแสดงมหรสพและออกทุกข์ให้ไว ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิง ความเชื่อที่คนไทยต้องรู้ และทำให้ได้เพื่อพระองค์

ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชนั้น นอกจากจะมีการก่อสร้างพระเมรุมาศที่สวยงามสมพระเกียรติแล้ว ก็ยังมีอีกสิ่งหนึ่งซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในงานพระราชพิธี นั้นก็คือ การแสดงมหรสพสมโภช ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่สืบปฏิบัติมาตั้งแต่สมัยครั้งอยุธยา

แต่เมื่อในสมัยรัตนโกสินทร์นั้น การแสดงมหรสพสมโภชได้ถูกยกเลิกไปในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เหตุก็ด้วยพระองค์ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้ลดทอนความใหญ่โตในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระองค์เองออก ซึ่งนั่นหมายรวมถึงการลดทอนงานมหรสพออกไปด้วย

กระทั่ง พ.ศ. 2539 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการรื้อฟื้นการประโคมดนตรีและการมหรสพอีกครั้งในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสืบมา

การแสดงมหรสพสมโภชถือเป็นสัญลักษณ์ของงานออกทุกข์ หรือ การออกพระเมรุ โดยงานแสดงมหรสพสมโภชในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในอดีตประกอบไปด้วยการแสดงนาฏศิลป์ชั้นสูงในราชสำนัก และการแสดงมหรสพจากต่างชาติอย่าง ละครไทย ละครชาตรี ละครแขก งิ้ว หุ่นไทย หุ่นจีน หุ่นต่างๆ หนังไทย หนังตะลุง หนังแขก หนังจีน หนังต่างๆ เพลงสักวา เสภา ลิเก กลองยาว ลาวแพน มอญรำ ทวายรำ นอกจากนี้ยังมีตำนานเรื่องราวสืบต่อมาจนปรากฏอยู่ในกฎมนเทียนบาลบ้าง พงศาวดารและวรรณคดีต่างๆ บ้าง แม้ในการเขียนภาพจิตรกรรมประดับผนังโบสถ์บางแห่ง ก็ยังได้เขียนภาพ การแสดงการเล่นต่างๆ ไว้ การเล่นอื่นๆ นอกเหนือจากข้างต้น ก็ยังมี หกคะเมน ไต่ลวด ลอดบ่วง นอนดาบ โยนมีด พุ่งหอก ยิงธนู รำแพน เป็นต้น
“การออกพระเมรุถือเป็นงานปลดทุกข์ หลังจากที่ไว้ทุกข์มาในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งในอดีตมักจะจัดออกพระเมรุในหน้าแล้ง เพราะต้องการหลีกเลี่ยงอุปสรรคจากพายุ ฝน การนำเอามหรสพสมโภชมาเล่น ก็เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติและเป็นการออกทุกข์ในเวลาเดียวกัน อย่าลืมว่าเมื่อเจ้านายสวรรคตหรือสิ้นพระชนม์ลง จะเสด็จกลับสู่สรวงสวรรค์ สุดท้ายในงานถวายพระเพลิง ก็เหมือนเป็นการส่งเสด็จ ซึ่งก็เป็นเวลาที่ต้องสมโภช”
ส่วนที่มีการแสดงรื่นเริงในงานศพนั้นเพราะการคิดแบบชาวตะวันออก ซึ่งหากเป็นตะวันตกงานศพคืองานที่ต้องเศร้าโศก เสียใจ แต่ไทยได้รับอิทธิพลของพระพุทธศาสนา ที่สอนให้รู้จักความพอดี คือ “จะต้องไม่เสียใจมาก และก็ไม่ดีใจมากเกินไป ทุกอย่างต้องอยู่ในความพอดี” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คนไทยทุกคนควรจะรู้และทำเพื่อพระองค์เป็นครั้งสุดท้าย
จุดประสงค์ที่ต้องมีมหรสพในงานศพนั้น ก็เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูต่อผู้ล่วงลับเป็นครั้งสุดท้าย หากแต่เป็นพระมหากษัตริย์ หรือ เจ้านายชั้นสูง ก็หมายความว่าเป็นครั้งสุดท้ายที่ข้าแผ่นดินจะสามารถ สนองพระมหากรุณาธิคุณ พระกรุณาธิคุณ เทิดพระเกียรติ จึงมีการจัดมหรสพต่างๆ ขึ้น และคนไทยถือว่าพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพนั้นเป็นงานออกทุกข์ ฉะนั้น ในช่วงชีวิตหนึ่งสิ่งเดียวที่ข้าแผ่นดินจะทำได้ต้องยิ่งใหญ่ที่สุด
ตามคติพรามหม์พุทธนั้น เชื่อว่ากษัตริย์คือสมมติเทพ
เมื่อกษัตริย์ประสูติถือเป็นเทพอวตาร คือเทวดาจุติลงมาบนโลกมนุษย์ ครั้นเมื่อสวรรคตเท่ากับเป็นการเสด็จกลับสู่สรวงสวรรค์ พระราชพิธีอันเกี่ยวเนื่องกับพระบรมศพจึงเป็นการเฉลิมพระเกียรติอย่างสูงสุด
ซึ่ง “สมมติเทพ” หรือ “เทวราชา” คือ ลักษณะการปกครองที่พระมหากษัตริย์เป็นคนเดียวที่มีอำนาจสูงสุดในการปกครองแผ่นดิน โดยมีความเชื่อว่าได้รับบัญชาสวรรค์หรือเป็นตัวแทนสวรรค์ลงมาปกครองมวลมนุษย์ เราเรียกการปกครองแบบนี้ว่า “ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช”
สำหรับงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นั้นจะใช้นักแสดงมากกว่า 3000 คน โดยจะมีการจัดแสดงมหรสพ ทั้งหมด 3 เวที ซึ่งได้ตั้งอยู่บริเวณทิศเหนือของ

Ei Ei Talk Channel 
เรื่องเล่า สาระ ขำขัน สนุกๆ
อย่าลืม กด ติดตาม กด Subscribe ด้วยนะจ๊ะ

Share
Tweet
Pin
Share
No ความคิดเห็น
4 สิ่งที่ถูกยกเลิกไป 
จะไม่ได้เห็นในงานพระบรมศพ 
ในหลวงรัชกาลที่ ๙ 


4 สิ่งที่ถูกยกเลิกไป จะไม่ได้เห็นในงานพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ ๙

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2559 อันนำมาซึ่งความโศกเศร้าอย่างใหญ่หลวงของปวงชนชาวไทย พระราชพิธีพระบรมศพของพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรีนั้น รับเอาแบบอย่างมาจากสมัยอยุธยาตอนปลาย หมายถึงการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ ถือเป็นพระราชพิธีที่มีความสำคัญเทียบเท่ากับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกหรืออาจจะยิ่งกว่า มหากษัตริย์หลายพระองค์ได้ทรงเปลี่ยนแปลงยกเลิกหลายธรรมเนียมในการพระราชพิธีพระบรมศพไป ด้วยเหตุว่าธรรมเนียมนั้นหมดความจำเป็นหรือถูกมองว่า “ล้าสมัย” นั่นเอง และ 4 สิ่งที่หายไปจากงานพระบรมศพยุคใหม่ มีดังต่อไปนี้ ..

♥1. โกนหัวไว้ทุกข์

เป็นธรรมเนียมตั้งแต่ในยุคสมัยอยุธยา เชื่อกันว่าสืบทอดมาจากธรรมเนียมประเพณีของอินเดียอีกที ที่ประชาชนจะโกนศีรษะไว้ทุกข์เมื่อญาติผู้ใหญ่หรือมูลนายของตนเสียชีวิต เมื่อพระมหากษัตริย์สวรรคต จึงเป็นหน้าที่ของทุกคนที่ต้องโกนผมไว้ทุกข์ เว้นแต่จะมีพระบรมราชโองการให้เป็นอื่น อาทิเช่น ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.4) ทรงประกาศให้ราษฎรไม่ต้องโกนศีรษะ เพื่อไว้ทุกข์ให้พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระอนุชาของ ร.4)
แต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5) ทรงมีพระราชปรารภว่า ควรให้ราษฎรเลิกโกนศีรษะเพื่อไว้ทุกข์ เนื่องจากเป็นการยากลำบากเกินไป ในการพระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5) พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.6) จึงทรงให้ยกเลิกการโกนศีรษะไว้ทุกข์ ธรรมเนียมนี้จึงสูญหายไปโดยปริยายนับแต่นั้นเป็นต้นมา

♥2. นุ่งขาว นุ่งน้ำเงิน
ธรรมเนียมการแต่งกายไว้ทุกข์ด้วยสีดำ เป็นสิ่งที่ไทยรับมาจากตะวันตก เดิมสีไว้ทุกข์ของไทยไม่ใช่สีดำเพียงสีเดียว แต่มีรายละเอียดสลับซับซ้อนมาก สีจะบ่งบอกถึงสถานะและความสัมพันธ์ระหว่างผู้เสียชีวิตและผู้แต่งกาย ได้แก่
• สีดำ สำหรับผู้ที่แก่กว่าหรือมีศักดิ์สูงกว่าผู้ตาย
• สีขาว สำหรับผู้ที่อ่อนกว่าหรือมีศักดิ์ต่ำกว่าผู้ตาย
• สีม่วงแก่หรือสีน้ำเงิน สำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นญาติเกี่ยวดองกับผู้ตาย



♥3. นางร้องไห้
นางร้องไห้ เป็นธรรมเนียมเก่าแก่ที่ยึดถือปฏิบัติมานานตั้งแต่สมัยโบราณ พบได้แทบทุกวัฒนธรรมทั่วโลก อาทิ ประเทศจีน อินเดีย มอญ กรีก โรมัน ออสเตรเลีย และไทย ราชสำนักไทยมีธรรมเนียมนางร้องไห้เฉพาะในงานพระบรมศพของราชวงศ์ชั้นสูง สำหรับพระมหากษัตริย์ จะมีท้าวนาง เจ้าจอม หรือนางข้าหลวงที่เสียงดีและหน้าตาสวยงาม ได้รับคัดเลือกให้เป็นนางร้องไห้กล่อมพระเมรุ

เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ลดาวัลย์ ในรัชกาลที่ 5 เป็นนางร้องไห้ชุดสุดท้ายในรัตนโกสินทร์ … คุณจอมบรรยายไว้ว่า ได้เป็น 1 ใน 4 ต้นเสียงนางร้องไห้ในงานพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีลูกคู่อีก 80-100 คน การร้องจะร้องเป็นเพลง มีเนื้อ 5 บท ในเวลาประโคมย่ำยาม คือ ย่ำรุ่ง เที่ยง ย่ำค่ำ ยาม สองยาม สามยาม มีเนื้อร้องดังนี้

แต่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงบันทึกไว้ในหนังสือประวัติต้นรัชกาลที่ 6 เกี่ยวกับนางร้องไห้ว่า “ให้รู้สึกรกหูเสียจริงๆ และร้องซ้ำไปซ้ำมา ไม่เป็นการร้องไห้จริงๆ กับทั้งยังส่งเสียงรบกวนเวลาที่พระกำลังถวายพระธรรมเทศนา” รวมไปถึงทรงไม่พอพระทัยความประพฤติของผู้ที่ไปฟังและตัวของนางร้องไห้เอง ที่แสดงกิริยาขาดความเคารพในกาลเทศะ เหมือนไปสโมสรกันมากกว่าจะสำรวมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ รัชกาลที่ 6 ได้ทรงบันทึกไว้อย่างชัดเจนว่าเมื่อ “ถึงงานศพฉันขออย่าให้มีนางร้องไห้เลย” เมื่อสวรรคต ธรรมเนียมนางร้องไห้จึงถูกยกเลิกไปโดยปริยาย

♥4. การถวายรูด-ถวายพระเพลิงพระบุพโพกลางแจ้ง
การจัดการพระบรมศพให้สมพระเกียรติสมัยก่อนเป็นเรื่องยากลำบาก เพราะวิทยาการการแพทย์และการเผาศพยังไม่ทันสมัย การออกพระเมรุจะกระทำได้เฉพาะในหน้าแล้ง หากสวรรคตในหน้าฝน จะต้องเก็บพระบรมศพไว้นาน ในเมื่อสมัยก่อนไม่มีน้ำยารักษาสภาพศพ การจัดการพระบรมศพให้สมพระเกียรติจึงมีขั้นตอนซับซ้อน ต้องมีการสุมเครื่องหอมดับกลิ่นพระบุพโพ (น้ำเหลืองน้ำหนอง) ตลอดงาน และต้องเจาะช่องบรรจุถ้ำเก็บพระบุพโพใต้ฐานพระโกศที่ประดิษฐานพระบรมศพ และมีมหาดเล็กคอยเทพระบุพโพตลอดเวลา เมื่อถึงเวลาถวายพระเพลิง ก็ต้องเคี่ยวพระบุพโพในกะทะใบบัว แยกกับการถวายพระเพลิงบนพระเมรุ เป็นที่เล่าขานกันว่ากลิ่นการถวายพระเพลิงพระบุพโพนั้น เหม็นอย่างร้ายกาจ

ต่อมาในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงยกเลิกการถวายพระเพลิงพระบุพโพกลางแจ้งด้วยวิธีการเคี่ยว เนื่องจากดูไม่มีอารยะ โดยเปลี่ยนเป็นการนำพระบุพโพของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวบรรจุในลองเหล็กกล้า ประดิษฐานใต้พระพุทธชินราชจำลองในวัดเบญจมบพิธแทน หลังจากนั้นก็ไม่มีการถวายพระเพลิงพระบุพโพกลางแจ้งอีก แต่ใช้วิธีเผาในเตาเผาแบบสมัยใหม่

♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥

อย่าลืม กด ติดตาม กด Subscribe ด้วยนะจ๊ะ

Share
Tweet
Pin
Share
No ความคิดเห็น
►5 เรื่อง หลอน หอพัก มหาลัย ในไทย◄ 


►5 เรื่อง หลอน หอพัก มหาวทยาลัยในไทย◄

สถานที่ยอดฮิตที่มีตำนานและเรื่องเล่าเกี่ยวกับสิ่งลี้ลับ หนึ่งในนั้นก็คงจะไม่พ้น “มหาวิทยาลัย” ว่ากันว่า ทุกๆ ที่มีเรื่องเล่า ทุกแห่งล้วนแต่มีเจ้าของ ใครจะไปรู้ว่า ก่อนที่จะมีการก่อตั้งมหาวิทยาลัยนั้น สถานที่ตั้งนั้นมีใครเป็นเจ้าของมาก่อน วันนี้เราจึงมารวบรวมประวัติหอพักที่มีตำนานเล่าขานกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ว่ามีสิ่งลี้ลับ สิ่งที่มองไม่เห็น แต่ก็นะ … สิ่งที่มองไม่เห้น ก็ใช่ว่าสิ่งนั้นจะไม่มี เพื่อไม่เห็นเป็นการเสียเวลา เรามาดูกันเลย

►1. หอในหญิง – มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน
 เชื่อกันว่าหอในหญิงของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน เคยเป็นโรงพยาบาลสมัยสงครามโลก ครั้งที่ 2 มาก่อน ด้วยความเฮี้ยนของเหล่าวิญญาณที่ยังคงวนเวียนอยู่ในที่แห่งนี้ วันดีคืนดีคนในหอก็มักจะได้ยินเสียงคนเดินลากโซ่ตรวนไปมา หรือในห้องน้ำหญิงรวมบางคืนจะมีเสียงคนอาบน้ำแต่พอเดินไปดูไม่มี หอในหญิงมีตึกใหญ่ 2 ตึก ที่ตึกนึงชั้น 2 เคยมีเด็กตายเนื่องจากเป็นไข้ทับฤดู ช่วงก่อนปิดเทอมซัมเมอร์ พอเปิดเทอมถึงมีคนมาพบศพ ความเฮี้ยนของเธอคนนี้ก็ยังคงวนเวียนอยู่ในหอพักแห่งนี้ เคยมีคนเห็นว่าหลังจากที่ เธอเสียชีวิตไปแล้วแต่ก็ยังมานั่งซักผ้าที่ห้องน้ำหน้าห้องอยู่เลย2

►2. หอ 50 ปี – มหาวิทยาลัยบรูพา
 ที่หอ 50 ปี เทา-ทอง มีนักศึกษาแลกเปลี่ยนจากประเทศจีนกระโดดตึกลงมาเสียชีวิตเล่ากันว่าเธอกลุ้มใจหลายๆ เรื่อง ก่อนจะโดดก็กินตะปูเข้าไปด้วย หลังจากนั้นมีคนทรงมาเชิญวิญญาณเธอไป แต่เธอไม่ยอมไป ต่อมารุ่นน้องเด็กปี 1 ที่ต้องอยู่หอนี้ ตอนกลางคืนมักจะมีเรื่องหลอนๆ เช่น เห็นประตูเปิด-ปิดเอง หรือบางคืนก็มีเด็กผู้หญิงที่ตายยืนคุยโทรศัพท์อยู่หน้าห้อง หรือในบางวันเด็กผู้หญิงคนนี้ก็โดดขึ้นๆ ลงๆ ตึกอยู่อย่างนั้น…ทั้งคืนแต่ก็ยังมีอีกกระแสถึงข่าวหรือเรื่องเล่าของนักศึกษาสาวชาวจีนคนนี้ จากเพื่อนที่เคยใกล้ชิดว่า เรื่องหอ 50 ไม่มีอะไรน่ากลัว ถ้าฟังเรื่องจริงออกจะน่าเศร้าซะมากกว่า ที่คนประเทศเดียวกันกลับทำกัน ได้ลงคอ สาเหตุมาจากเพื่อนคนจีนด้วยกันก็ไม่คบ แถมยังล้อเรื่องพ่อแม่ที่ป่วยของเขาอีก เครียดมากเลยตัดสินใจ กระโดดตึก ก่อนหน้านี้ก็มีโกนหัว กรีดข้อมือ

►3. ป็อก …ป็อกครืด – มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
หอ 7 ซึ่งในสมัยนั้นมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ยังเป็นที่รกร้างอยู่มากถนนหนทางยังไม่ค่อยดีนัก การเดินทางค่อนข้างลำบากเพราะเป็นถนนลูกรังเรื่องเกิดกับนักศึกษาสาวคู่หนึ่ง อาศัยอยู่ที่ประมาณ ชั้น 2 หรือ 3 ของหอ 7 ช่วงนั้นเป็นช่วงสอบพอดีนักศึกษาต่างกำลังอ่านหนังสือกันอยู่ มีนักศึกษาหญิงคนหนึ่งไม่สบาย อ่านหนังสือในห้อง ตอนหัวค่ำแล้วรูมเมทชวนไปทานข้าวแต่เพราะเป็นไข้อยู่จึงไปไม่ไหวอยากพักผ่อน รูมเมท อีกคนเห็นเพื่อนสาวไม่สบาย ด้วยความเป็นห่วง จึงบอกว่า “เดี๋ยวจะไปทานข้าวเอง แล้วจะซื้อข้าวมาฝาก” หลังจากนั้นนักศึกษาสาวที่ป่วยก็ เผลอหลับไป และสะดุ้งตื่นมาอีกทีกลางดึก ก็พบว่าเพื่อนร่วมห้องยังไม่กลับมา สักพักก็ได้ยินเสียงดังมาจากชั้นล่างจากทางบันได “ป๊อก…ป๊อก…ป๊อก…ครืด…ครืด…ค..รื…ด” เสียงนั้นดังเป็นระยะๆ ใกล้เข้ามา จากทางบันไดดังขึ้นเรื่อยๆ เสียงเหมือนคนกำลังแบก ของหนักบางอย่างขึ้นมา และเสียงนั้นก็ดังมาจนถึงชั้นที่ห้องนักศึกษาหญิงคนนั้นอยู่ เสียงใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนมาหยุดอยู่ที่หน้าห้อง สักพัก หนึ่งก็มีเสียงเคาะห้อง “ก๊อก ก๊อก ก๊อก” แล้วเงียบไป นักศึกษาตกใจคิดว่าไม่ใช่เพื่อนแน่แล้ว ถ้างั้นทำไมไม่เปิดเข้ามาเลยจึงเดินไปเปิดประตู ก็พบว่าตรงลูกบิดประตูมีถุงใส่ข้าวแขวนอยู่ ก็แปลกใจว่า “แล้วเพื่อนอยู่ไหน? ทำไมไม่กลับมา?” มีแต่รอยเปียกน้ำ เป็นทางจากบันได คิดต่างๆ แต่แล้วก็แกะข้าวออกมาทานเสร็จก็ทานยาตาม ได้ซักพักก็หลับไปรุ่งเช้า…มีคนมาเคาะประตูห้องแล้วบอกว่าเพื่อนตายแล้ว นักศึกษาหญิงคนนั้นถูกฆ่าข่มขืน ตรงพงหญ้าข้างทางคาดว่าเหตุเกิดประมาณหัวค่ำ สภาพศพแขนและขาทั้งสองข้างหัก อาจเกิดจากการที่คนร้ายเอาท่อนไม้ ทุบตีเพื่อไม่ให้หนี นักศึกษาหญิงที่ตายกำลังเดินทางกลับจากตลาด “แล้วอาหารที่มาแขวนหน้าห้องเมื่อคืนล่ะ?”

►4. หอชายเก่า – มหาวิทยาลัยรังสิต
หอชายเก่าในช่วงที่ใกล้จะสร้างหอเสร็จ มีการติดตั้งลิฟต์ และคืนนั้นมีคนงานกินเหล้ากันตามปกติจนกระทั่งตี 1 มีคนงานคนหนึ่งตกลงไปที่ชั้นล่างใต้ลิฟต์แล้วปีนขึ้นมาไม่ได้ เพราะความเมาและคนงานคนนั้นก็เลยถูกลิฟต์ทับ ในเวลาต่อมาหลังจากที่หอเปิดได้ไม่นาน ก็มีนักศึกษาเข้าอยู่เต็ม และหอนี้ไม่เคยปิดเป็นเวลาจึงมีนักศึกษาเข้า-ออกเป็นประจำ จนตี 2 ของคืนหนึ่ง มีนักศึกษากลับมาจากข้างนอกแล้วเดินขึ้นลิฟต์ตามปกติ หลังจากกดชั้นที่พัก ลิฟต์ก็เคลื่อนที่ไปได้สักพักแล้วก็หยุด พร้อมๆ กับไฟดับและมีเสียงร้องดังออกมาข้างนอก จากนั้นลิฟต์ก็เปิดออกพร้อมฝุ่นตลบ มีเสียงใครคนหนึ่งตะโกนว่าอย่ายืนทับที่…หลังจากนั้นก็มีการทำบุญหอกันมาทุกๆ ปี

►5. SI วันมหิดล เตียง C – มหาวิทยาลัยมหิดล (ศาลายา)
 SI ที่จะกลับมาเยี่ยมเยียน หอพักในวันนี้ของทุกๆ ปี แต่งกายด้วยชุดนักศึกษา เสื้อนั้นย้อมด้วยเลือด และร่างที่เต็มไปด้วยบาดแผล … เรื่องเล่านี้เกิดจากในวิทยาเขตศาลายา มีนักศึกษาแพทย์คนหนึ่งได้ประสบอุบัติเหตุรถชนขณะข้ามถนนมายังมหาวิทยาลัยเสียชีวิต แต่นักศึกษาคนนั้นไม่รู้ตัวว่าตนเองได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งนั้นแล้ว วิญญาณยังคงวนเวียนอยู่ในห้องพักของเขานั่นก็คือ “เตียง C” ก็จะพบกับดวงวิญญาณความเฮี้ยนของนักศึกษาคนนี้ได้ในคืนวันมหิดลที่มาในสภาพชุดนักศึกษา ที่เปื้อนเลือด และร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล บางคำบอกเล่าก็บอกว่าเรื่องนี้ ไม่มีการยืนยันโดยตรง แต่มีเรื่องแบบนี้จริง ไม่ใช่เตียง C เป็นเรื่องที่เกิดกับห้องๆ หนึ่งในหอ ซึ่งติดเลขห้องหนึ่งตัวกลับหัว โดยมีนักศึกษาฆ่าตัวตายด้วยการแขวนคอในท่านั่ง


Ei Ei Talk Channel 
เรื่องเล่า สาระ ขำขัน สนุกๆ
อย่าลืม กด ติดตาม กด Subscribe ด้วยนะจ๊ะ

Share
Tweet
Pin
Share
No ความคิดเห็น
►5 สิ่งของที่ต้องเตรียมก่อนเที่ยวป่า ◄ ♥♥ 


►5 สิ่งของที่ต้องเตรียมก่อนเที่ยวป่า ◄ ♥♥

ลมหนาวใกล้เข้ามาแล้ว หลายคนคงเริ่มเตรียมตัวกันตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อการท่องเที่ยวไปยังที่ต่างๆ โดยเฉพาะในป่าเขาเพื่อสัมผัสกับวิวทิวทัศน์อันสวยงาม สายลม แสงแดด หรือทะเลหมอกสีขาวราวปุยนุ่น แต่การเดินทางไปยังธรรมชาติเหล่านั้น จำเป็นต้องมีการเตรียมตัวอย่างดี โดยเฉพาะสัมภาระต่างๆ ที่จะเป็นเครื่องอำนวยความสะดวกให้กับคุณในเวลาเดินทาง วันนี้เรารวบรวมสิ่งของที่จำเป็นและการจัดเป้เดินป่ามาแนะนำกันครับ เพื่อที่ว่าเมื่อถึงเวลาเดินทางกันจริงๆ จะได้ไม่เกิดฉุกละหุกกันขึ้น

♥1. ถุงนอน เป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุด ในบรรดาของใช้ต่างๆ เพราะถุงนอนนั้นจะเป็นเครื่องกันหนาวให้ความอบอุ่นแก่เราได้ดีเวลานอน วิธีเลือกซื้อถุงนอนนั้นให้เลือกดูตามขนาดกว้างคูณยาว เช่น หากคุณสูง 176 ให้เลือกถุงนอนขนาด 180 เซนติเมตรขึ้นไป เป็นต้น

♥2. เต็นท์ เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้ เพราะเต็นท์นอนจะเป็นตัวกันน้ำค้างในยามดึกให้กับเรา และยังสามารถบังลมหนาวได้พอสมควร(ขึ้นอยู่กับวัสดุด้วย) การเลือกซื้อเต็นท์นอนที่ถูกวิธีก็คือ ให้เลือกขนาดที่มากกว่าจำนวนคนนอน 1 คน เช่น หากคุณนอนสองคน ให้เลือกเต็นท์ขนาด 3 คนขึ้นไป เป็นต้น ทั้งนี้ก็เพื่อเผื่อที่ไว้สำหรับสำภาระด้วยไงครับ

♥3. เสื้อผ้า/รองเท้า เป็นที่รู้กันว่าการเดินทางในป่านั้น เป็นเรื่องที่ไม่สะดวกและไม่สบาย ดังนั้นเราจึงควรเตรียมเสื้อผ้าไปด้วยอย่างน้อยสัก 2-3 ชุด ส่วนรองเท้าที่นำไปด้วยควรเป็นแบบใส่สบายๆ แต่มีความทนทานสำหรับเส้นทางในป่า ประเภทรองเท้าผ้าใบสำหรับเดินป่า ซึ่งมีขายตามร้านขายรองเท้าทั่วไปครับ

♥4. ของใช้ส่วนตัว เช่น แปรงและยาสีฟัน สบู่ โฟมล้างหน้า ครีมกันแดด ควรเตรียมตัวไปให้พร้อม และที่สำคัญอย่าลืมติดอุปกรณ์กันยุงต่างๆ ไปด้วย เช่นสเปรย์ไล่ยุง หรือครีมกันยุง เพราะในป่านั้นมียุงมาก หากไม่เตรียมไปตั้งแต่เนิ่นๆ อาจจะเกิดความรำคาญได้จนไม่มีความสุขกับการท่องเที่ยว และยังอาจก่อให้เกิดโรคร้ายต่างๆ ตามมาด้วยครับ

♥5. ของใช้อื่นๆ ที่จำเป็นในการเดินป่า เช่นมีด ไฟฉายพร้อมถ่านสำรอง และอุปกรณ์ในการจุดไฟ สำหรับดำรงชีวิตในที่ธุรกันดาร นอกจากนั้นแนะนำให้ติดพวกชุดปฐมพยาบาล ยากันสัตว์ร้ายจำพวกทาก หรือยาแก้ไข้ต่างๆ ไปด้วย เพราะการเดินทางในป่าอาจเกิดอุบัติเหตุได้ตลอดเวลา และอีกอย่างที่แนะนำก็คือพวกอาหารกระป๋องสำรอง สัก 2-3 วัน ในกรณีที่เกิดการหลงป่าขึ้น อาหารพวกนี้จะช่วยให้เราไม่ต้องอด หรือเสี่ยงกับการรับประทานอาหารที่เป็นพิษในป่าได้ครับ

♪ทั้งหมดนี้ก็เป็นของที่ควรจะติดตัวไปด้วยหากต้องเดินทางภายในป่า หรือท่องเที่ยว ส่วนเคล็ดลับการจัดของลงเป้นั้น ควรนำเอาของที่มีน้ำหนักหรือกินเนื้อที่มากลงไปก่อนครับ จากนั้นค่อยใส่ของอื่นๆ ที่มีขนาดลดหลั่นกันตามลงไป เท่านี้เป้ของคุณก็จะถูกใช้สอยพื้นที่อย่างคุ้มค่า ขอให้เที่ยวกันอย่างสนุกครับ

♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥



Ei Ei Talk Channel 
เรื่องเล่า สาระ ขำขัน สนุกๆ
อย่าลืม กด ติดตาม กด Subscribe ด้วยนะจ๊ะ

Share
Tweet
Pin
Share
No ความคิดเห็น
6 วิธีแก้อาการเมารถ


►6 วิธีแก้อาการเมารถ◄ By ♥ Ei Ei talk Channel ♥

♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥

►1. พยายามนั่งรถบริเวณส่วนหน้าของรถ ประสาทส่วนต่างๆ ของเราจะได้รับรู้ถึงจังหวะการเคลื่อนตัว รวมถึงอาการโคลงเคลงของรถได้ จากการทดลองพบว่าวิธีนี้ช่วยให้ผู้ชอบเมารถ มีอาการลดลงได้อย่างมาก ทั้งนี้ก็เพราะประสาทของเรารับรู้ความเคลื่อนไหวของรถ และปรับตัวตามนั่นเอง♥

►2. ห้ามอ่านหนังสือ หรือเล่นโทรศัพท์ในขณะที่กำลังนั่งรถ ทั้งนี้ก็เพราะจะทำให้ประสาท หรือสมาธิของเราจดจ่ออยู่ที่ตรงข้างหน้าเท่านั้น และอาการที่ตามมาก็คือร่างกายปรับสมดุลตามการเคลื่อนไหวของรถไม่ได้ อาการเมาจึงมักจะเกิดขึ้นกับคนที่มีพฤติกรรมอ่านหนังสือ/เล่นโทรศัพท์บนรถ ดังนั้นในขณะนั่งรถ เราจึงไม่ควรจ้องหรือเพ่งอะไรอยู่ที่จุดเดียว และพยายามมองวิวทิวทัศน์ภายนอกบ่อยๆก็จะช่วยลดอาการลงได้♥

►3. จิบหรือดื่มน้ำอัดลมในปริมาณพอเหมาะ วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่รู้สึกมวนท้องมากๆ เพราะน้ำอัดลมจะไปช่วยขับดันกรดในกระเพาะออกมา สามารถลดอาการมวนท้องลงได้พอสมควร และนอกจากนี้ ผู้ที่มีอาการมวนท้องควรสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ในระหว่างที่เกิดอาการ ซึ่งการทำแบบนี้จะช่วยให้ความรู้สึกวิงเวียนนั้นลดลงได้ครับ♥

►4. ยาหม่อง ยาดม ยาอม ยาหอม ช่วยท่านได้ เมื่อเริ่มมีอาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ ลองหยิบขึ้นมาสูดดมจะช่วยบรรเทาอาการได้ดีทีเดียว♥

►5. กินยาแก้เมารถ เช่น ไดเมนไฮดริเนต (Dimenhydrinate) ปัจจุบันยาประเภทนี้มักมีขายตามร้านขายยาหรือร้านสะดวกซื้อทั่วไป เหมาะสำหรับคนที่เริ่มมีอาการเมารถเกิดขึ้น ยาตัวนี้จะช่วยปรับความสมดุลของระบบประสาท ช่วยให้ร่างกายปรับตัวตามการเคลื่อนไหว หรือโคลงเคลงของรถ และขณะที่ยาตัวนี้กำลังออกฤทธิ์ จะทำให้ผู้ที่รับประทานเกิดอาการง่วงซึม แนะนำว่าให้หลับไปเลยก็ได้ครับ เพราะการนอนหลับระหว่างการเดินทางก็เป็นการแก้อาการเมารถชนิดหนึ่งเช่นกัน♥

►6. รับประทานผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่นมะม่วง มะดัน หรือมะขาม ซึ่งรสเปรี้ยวจากผลไม้จะชนิดนี้จะสามารถช่วยลดอาการเมาหรือวิงเวียนลงได้พอสมควร แต่แนะนำว่าอย่ากินเยอะ เพราะจะเกิดกรดในกระเพาะ และทำให้ท้องเสียได้ ทีนี้แย่ยิ่งกว่าเมารถอีกนะครับ♥

►►นอกจากนี้ สำหรับคนที่ลองทำทุกวิธีแล้วยังไม่ได้ผล แนะนำให้ลงจากรถ แล้วหาที่ตั้งสติปรับสมดุลของร่างกายสักครู่แล้วค่อยออกเดินทางต่อ การที่ร่างกายได้พักและปรับตัวจะทำให้อาการเมารถลดลงได้เช่นกันครับ

♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥
Share
Tweet
Pin
Share
2 ความคิดเห็น
Newer Posts
Older Posts

About me

Labels

  • ประติมากรรม
  • พระโพธิสัตว์
  • arts
  • digital art
  • drawing
  • pain
  • painting
  • PINTURA DEL QUATTROCENTO
  • thai.thaiart
  • 持續收集中隨時會添加佛菩薩相片

recent posts

Sponsor

Blog Archive

  • ►  2018 (9)
    • ►  ธันวาคม (1)
    • ►  พฤศจิกายน (1)
    • ►  ตุลาคม (7)
  • ▼  2017 (15)
    • ▼  ธันวาคม (15)
      • ตะลึง!! ►10 เรื่องใกล้ตัวที่คุณควรรู้ และคาดไม่ถึง...
      • 10 ความลับของร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด ☺ ที่พนักงานไม่ได้...
      • 10 แหล่งสินค้า ค้าส่ง ☺ ซื้อมา ☺ ขายไป มีแต่รวย!!!
      • 10 นามสกุลเก่าแก่ ของไทย!  ♥ ที่ลูกหลานสืบทอดเชื...
      • 9 เทคนิคถ่ายภาพท่องเที่ยวจากสมาร์ทโฟนก็ดูดีได้ ♥
      • 5 เรื่องควรรู้เกี่ยวกับ  ♥ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาล...
      • 4 เรื่องที่ควรรู้! ♥เพราะมันจะทำให้ชีวิตของเราง่าย...
      • 10 ต้นไม้ให้ร่มเงาปลูกไว้ให้บ้านร่มรื่น ♥1 แชร์ 1 ...
      • 8 วิธีฝึกจิต ให้พ้นทุกข์ ♥1แชร์ เท่ากับ 1 ธรรมทาน♥
      • ►4 สิ่งจำเป็น◄ สำหรับการเตรียมตัวก่อนไปเที่ยวทะเล ...
      • ทำไมต้องแสดงมหรสพและออกทุกข์ ในงานพระราชพิธีถวายพร...
      • 4 สิ่งที่ถูกยกเลิกไป จะไม่ได้เห็นในงานพระบรมศพ ในห...
      • ►5 เรื่อง หลอน หอพัก มหาลัย ในไทย◄
      • ►5 สิ่งของที่ต้องเตรียมก่อนเที่ยวป่า ◄ ♥♥
      • 6 วิธีแก้อาการเมารถ
  • ►  2016 (31)
    • ►  เมษายน (3)
    • ►  มีนาคม (28)
  • ►  2015 (3)
    • ►  กรกฎาคม (1)
    • ►  มกราคม (2)
  • ►  2014 (7)
    • ►  พฤศจิกายน (7)
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

Recent

About Us

Popular Posts

  • Flash Drive ครอสเบื้องต้น 3D Zbrush สำหรับสร้างงานลวดลายไทย
    Flash Drive ครอสเบื้องต้น 3D Zbrush  สำหรับสร้างงานลวดลายไทย � Flash Drive  ครอสเรียน Zbrush 3D สำหรับสร้างงานลายไทย...
  • อักขระ ยันต์
    อักขระ ยันต์ คลิ๊กที่รูปเพื่อดูภาพใหญ่ ...
  • توجية اسكندرية_ _(توجيه زخرفة وأعلان أسكندرية)_-ورد بالرصاص 97 صورة
    توجية اسكندرية_ _(توجيه زخرفة وأعلان أسكندرية)_-ورد بالرصاص 97 صورة ...
  • น่าจังถึงกับเดือด จัดหนักฉะ แมท – สงกรานต์ ลั่น นึกถึง แอฟ กับ น้องปีใหม่บ้าง (มีคลิป)
    น่าจังถึงกับเดือด จัดหนักฉะ แมท – สงกรานต์ ลั่น นึกถึง แอฟ กับ น้องปีใหม่บ้าง ` จากกรณีดราม่าเดือดหนัก หลัง...
  • (ទាសករសង្គម)-សំណង់វត្តអារាម
    (ទាសករសង្គម)-សំណង់វត្តអារាម ...
  • ศิลปกรรม ลวดลายเขมร
    ศิลปกรรม ลวดลายเขมร ...
  • Arch. Menna youssef-Oriental T I L E S.
    Arch. Menna youssef-Oriental T I L E S. ...
  • (ไม่มีชื่อ)
    LA CATEDRAL de NOTRE DAME… (París) La catedral de Nuestra Señora (en francés Cathédrale Notre Dame) es una catedral de culto católico r...
  • Argun Tokatlı-DESEN MOTİF BANKASI
    Argun Tokatlı-DESEN MOTİF BANKASI ...
  • _أحمد صوفى عبد الجيد_ _(الله حق والموت حق)_-كتاب فن الزخ
     أحمد صوفى عبد الجيد_ _(الله حق والموت حق)_-كتاب فن الزخرفة ...

About Us

Random

Advertisement

Created With By BeautyTemplates & Published With By Blogger Templates